สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงการทำสงครามกับรัสเซีย ว่าแน่นอนว่าการสู้รบ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2565 ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกิดความเหนื่อยล้า แต่ไม่ได้หมายความว่า “สถานการณ์มาถึงทางตัน”
อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีกล่าวว่า สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งสู้รบกันอย่างดุเดือดในฉนวนกาซา ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เบี่ยงเบนความสนใจของชาวโลกออกจากยูเครน “อย่างสิ้นเขิง” สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของรัสเซีย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้นำยูเครนยังคงยืนยัน “ศักยภาพและประสิทธิภาพ” ของกองทัพ พร้อมทั้งปฏิเสธกระแสข่าวจากหลายแหล่ง ว่ารัฐบาลเคียฟเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นจากหลายประเทศในยุโรป ให้เข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัสเซีย โดยยืนยันว่า ยูเครนเดินทางมาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว

อีกด้านหนึ่ง กองทัพอากาศยูเครนอ้างการโจมตีอู่ต่อเรือของกองทัพรัสเซีย ที่ตั้งอยู่บนช่องแคบเคิร์ช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรไครเมีย โดยข้อมูลของกองทัพยูเครนระบุด้วยว่า อู่ต่อเรือแห่งนี้เป็นสถานที่จอดเทียบท่าของเรือรบล้ำสมัยหลายลำของรัสเซีย และเป็นคลังเก็บขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง “คาลิเบอร์” ด้วย
ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ส่วนนายเซอร์เก อักซิโอนอฟ ผู้ว่าการคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยรัสเซีย กล่าวว่า มีการยิงขีปนาวุธออกมาจากฝั่งยูเครนจริง แต่ระบบป้องกันของรัสเซียสามารถสกัดไว้ได้ และต้องมีการปิดการสัญจรบนสะพานนานระยะหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยด้วย.
เครดิตภาพ : AFP


