สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ทางเดินข้างต้นทอดยาวสู่ประตูหลักของนครวัด มีความยาว 192 เมตร กว้าง 11.6 เมตร และสูง 4 เมตร ถูกใช้เป็นทางผ่านสำหรับเข้าเยี่ยมชมนครวัด ส่วนสะพานลอยน้ำทางฝั่งใต้ของทางเดิน ยังคงถูกเก็บไว้ใช้เป็นทางออกหลักสำหรับผู้เยี่ยมชม
พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ตรัสว่า การอนุรักษ์และเสริมแกร่งทางเดิน โดยยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้นครวัด ซึ่งถือเป็นหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดของวัฒนธรรมศิลปะในศตวรรษที่ 12 อีกทั้งถูกยกย่องกว้างขวางว่า เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมและเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม ณ จุดสูงสุดของมนุษยชาติ
ขณะเดียวกันพระองค์ทรงเน้นย้ำว่า นครวัดเป็นผลงานชิ้นสำคัญ และสัญลักษณ์สูงสุดของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในสมัยเมืองพระนคร ของประวัติศาสตร์กัมพูชา
ด้านนายเพรือง ซะโกะนา รมว.วัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา กล่าวว่า การเปิดใช้สะพานครั้งนี้ นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของการปกป้องคุ้มครองและอนุรักษ์นครวัด ทางเดินแห่งนี้จะทำให้การไหลเวียนของนักท่องเที่ยวในนครวัด มีความราบรื่นยิ่งขึ้น

ทางเดินดังกล่าวซึ่งตกแต่งด้วยนาคและสิงโต ถูกสร้างขึ้นจากหินทรายและหินศิลาแลงหลายพันก้อน ส่วนการบูรณะดำเนินการโดยองค์การอัปสราแห่งชาติกัมพูชา ร่วมกับมหาวิทยาลัยโซเฟียของญี่ปุ่น
อนึ่ง นครวัดเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของอุทยานโบราณคดีอังกอร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 401 ตารางกิโลเมตร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อปี 2535.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



