สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของโซมาเลียรายงานว่า อุทกภัยในภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 29 ราย และประชาชนมากกว่า 300,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกราว 550,000 คน ได้รับผลกระทบ
ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเบื้องต้น 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 907.5 ล้านบาท) และกล่าวว่า กระบวนการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก ส่งผลให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด
Major flood due to heavy downpours in the Baidoa of Somalia ???????? (06.11.2023)
— Disaster News (@Top_Disaster) November 6, 2023
Source: Baidoa Online
TELEGRAM JOIN ???? https://t.co/yY0dMMK1fg pic.twitter.com/G5TpLvW0M1
ทั้งนี้ รายงานโดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) รายงานว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญซึ่งก่อตัวอย่างรวดเร็ว ระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอีก นับตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงเดือน ม.ค. 2567
Before the current floods hit #Somalia, we activated WFP's 1st flood anticipatory actions in Africa – sending warning messages & cash to 200,000+ people in areas where heavy rains were forecast. Acting before crises happen is vital in a country on the forefront of climate change. pic.twitter.com/CSWC5R2bVj
— WFP Somalia (@WFPSomalia) November 9, 2023
ขณะเดียวกัน ดับเบิลยูเอ็มโอคาดการณ์ “โอกาส 90%” ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะยังคงอยู่ ตลอดช่วงฤดูหนาวสำหรับซีกโลกเหนือ และฤดูร้อนสำหรับซีกโลกใต้ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ และผลกระทบจากความรุนแรงของเอลนีโญ อาจกินเวลาไปจนถึงเดือน เม.ย. ปีหน้า “เป็นอย่างน้อย”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



