สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการพบหารือทวิภาคี ระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ มีเนื้อหาตอนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องไต้หวัน ว่าสหรัฐควรยุติ “การติดอาวุธ” ให้กับอีกฝ่าย และหันมาสนับสนุน “การรวมชาติอย่างสันติ” ซึ่งเป็นเรื่องที่ “ไม่มีฝ่ายใดสามารถหยุดยั้งได้”


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งยืนยันว่า ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้อง การกลับมาหารือและการติดต่อสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางทหารของสหรัฐและจีน หลังไม่มีการติดต่อและประสานงานอย่างจริงจัง ตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เนื่องจากจีนประท้วง การที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในเวลานั้น เดินทางเยือนไต้หวัน


ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่งไม่มีนโยบาย “แซงหน้าหรือเอาชนะ” สหรัฐ ดังนั้น รัฐบาลวอชิงตันไม่ควรดำเนินนโยบาย “ป้องปรามและควบคุม” จีน และ “กองกำลังภายนอก” ไม่สามารถยับยั้งการพัฒนาของจีนในทุกด้านได้ พร้อมทั้งวิจารณ์การใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ


ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่า ไบเดนยืนยันว่า สหรัฐยึดมั่นและเคารพ “หลักการจีนเดียว” แต่เรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาต่อสี ขอให้จีน “เคารพและยอมรับ” ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวัน ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือน ม.ค. 2567

อนึ่ง ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันได้อีก เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบสองสมัยตามรัฐธรรมนูญ แต่นายไล่ ชิง-เต๋อ รองผู้นำคนปัจจุบัน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคเดียวกับไช่ ยังคงเป็นตัวเก็ง.

เครดิตภาพ : AFP