นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำกับดูแลหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด รวมถึงเฝ้าระวังและป้องปรามไม่ให้มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนจากหน่วยงานต่างๆ จึงได้จัดการประชุมเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ดีพีโอ) กลุ่มภาครัฐรวม 85 หน่วยงานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก เพื่อสร้างเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และดูแลหน่วยงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า สคส. จะเร่งตรวจสอบเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหน่วยงานภาครัฐ โดยการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) หรือ ศูนย์ พีดีพีซี อีเกิล อาย ทำหน้าที่สำรวจความเสี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ พีดีพีซี อีเกิล อาย เพื่อการเฝ้าระวังตรวจพบเหตุละเมิดมากถึง 192 เรื่อง (สถิติวันที่ 1 เม.ย.-8 พ.ย. 66) โดยมีสาเหตุการละเมิดมากที่สุด มาจากการเผยแพร่ข้อมูลประชาชน โดยไม่มีกระบวนการปกปิดข้อมูลที่สำคัญ 176 เรื่อง และประเภทหน่วยงานที่ตรวจพบมากที่สุดคือ หน่วยงานของรัฐ-รัฐวิสาหกิจ 154 เรื่อง รองลงมาเป็นธุรกิจการศึกษา 21 เรื่อง
ส่วนในฝั่งของการรับแจ้งเหตุละเมิด สคส. ได้รับแจ้งรวม 382 เรื่อง แบ่งเป็น ปี 65 จำนวน 158 เรื่อง (1 มิ.ย.-31 ธ.ค. 65) และปี 66 จำนวน 224 เรื่อง (1 ม.ค.-8 พ.ย. 66) สาเหตุการละเมิด 5 อันดับแรก มาจากข้อมูลรั่วไหล 130 เรื่อง, ความบกพร่องของผู้ปฏิบัติงาน 82 เรื่อง, ไม่ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล 57 เรื่อง, เว็บไซต์ขายข้อมูล 43 เรื่อง และมัลแวร์ 24 เรื่อง โดยประเภทธุรกิจที่รับแจ้งมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ การเงินการธนาคาร 118 เรื่อง, หน่วยงานของรัฐ-รัฐวิสาหกิจ 92 เรื่อง, ค้าปลีกและค้าส่ง 37 เรื่อง, การศึกษา 26 เรื่อง และเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม 17 เรื่อง



