เมื่อวันที่ 20 ก.ย. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้าภายหลังอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร ชัยภูมิ เลย นครราชสีมา ปราจีนบุรี จันทบุรี พระนครศรีอยุธยาและนครศรีธรรมราช รวม 43 อำเภอ 124 ตำบล 568 หมู่บ้าน 3 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,629 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลาย 10 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 4 จังหวัด ดังนี้

1.พิจิตร ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองพิจิตร อ.สากเหล็ก อ.บึงนาราง อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.วชิรบารมี อ.โพทะเล และ อ.สามง่าม ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร และอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ

2.ชัยภูมิ น้ำในลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองบัวระเหว อ.จัตุรัส อ.เมืองชัยภูมิ อ.เนินสง่า และ อ.บ้านเขว้า รวม 8 ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ

3.นครราชสีมา น้ำล้นอ่างเก็บน้ำจากฝนตกหนักเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ด่านขุนทด อ.สูงเนิน อ.โนนสูง และ อ.โชคชัย รวม 8 ตำบล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ

4.พระนครศรีอยุธยา น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ผักไห่ อ.เสนา และ อ.บางบาล รวม 15 ตำบล ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง.