สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า พายุทรายหลายลูกพัดถล่มหลายพื้นที่ในทะเลทราย และที่ราบกว้างใหญ่ของเอเชียกลางกับแอฟริกาเหนือ ซึ่งยูเอ็นเรียกมันว่าเป็น “ภัยคุกคามต่อชีวิต”
ทั้งนี้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (ยูเอ็นซีซีดี) อยู่ระหว่างการประชุมเป็นเวลา 5 วัน ในเมืองซามาร์กันต์ ซึ่งมีขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 หรือ “คอป28” ที่เมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
'Turning day into night': UN says threat from sand and dust storms spreading https://t.co/0uUqZtbdCS pic.twitter.com/2aBR1dKLAk
— CNA (@ChannelNewsAsia) November 15, 2023
“ภาพของพายุฝุ่นทราย ซึ่งปกคลุมทุกอย่างที่ขวางหน้า และเปลี่ยนตอนกลางวันให้เป็นเหมือนตอนกลางคืน ถือเป็นหนึ่งในภาพที่น่าหวาดหวั่นที่สุดของธรรมชาติ” นายอิบราฮิม เทียว เลขาธิการของยูเอ็นซีซีดี กล่าว “มันคือปรากฏการณ์ที่สร้างหายนะและความเสียหายทั่วทุกแห่ง ตั้งแต่เอเชียตอนเหนือและตอนกลาง ไปจนถึงภูมิภาคแอฟริกา ใต้ทะเลทรายซาฮารา”
ยูเอ็นซีซีดี ระบุเสริมว่า พื้นที่ซึ่งพายุฝุ่นทรายพัดผ่าน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก อีกทั้งในบางส่วนของโลก มีฝุ่นในทะเลทรายเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาด้วย ซึ่งตัวเลขข้างต้นมีสาเหตุมาจากมนุษย์อย่างน้อย 1 ใน 4 ส่วน แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่การรับรู้ทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำ และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังมีอยู่อย่างจำกัด
แม้บรรดาผู้สันทัดกรณีเตือนว่า พายุเหล่านี้อาจมีผลกระทบที่ “เป็นอันตรายถึงชีวิต” แต่รัฐบาลในหลายประเทศกลับขาดวิธีที่จะรับมือพายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยูเอ็นซีซีดี ยังชี้ให้เห็นถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากพายุฝุ่นทรายเช่นกัน โดยระบุว่า โลกสูญเสียพื้นที่อุดมสมบูรณ์และมีประสิทธิผล เกือบ 1 ล้านตารางกิโลเมตรในทุกปี.
เครดิตภาพ : AFP



