เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย ได้เรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 เพื่อติดตามสถานการณ์ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย และได้รับแจ้งจากมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งเข้าร่วมในการป้องกันและดับไฟป่าในหลายพื้นที่ว่าได้ร่วมกับประชาสังคมนำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนบินตรวจตราพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย และป่าแม่กกฝั่งขวา พื้นที่บ้านหนองเขียว หมู่ 12 ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย และได้พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายและหญิงรวม 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันไปยังมุมหนึ่งของป่า ก่อนจะลักลอบวางเพลิงจนทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างชัดเจน เมื่อติดตามรถจักรยานยนต์ พบขับขี่ออกจากป่านำไปจอดไว้ใกล้บ้านผู้ใหญ่บ้านแต่ไม่พบตัวบุคคลแล้ว

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามหาตัวมาดำเนินคดีให้ได้ โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ยึดตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยใช้หลักฐาน พยานวัตถุ และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม ไม่มุ่งกล่าวหาบุคคลใดหรือกลุ่มใด โดยเฉพาะช่วงช่วงมาตรการ “86 วันปลอดการเผา” ระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-10 พ.ค. 2569

ด้าน นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอเมืองเชียงราย กล่าวว่า ตั้งแต่มีประกาศห้ามเผาจนถึงวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 216 จุด ในรอบ 56 วัน แต่การเผาเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 12-15 เม.ย. พบมีจุดความร้อนกว่า 296 จุด ในรอบเพียงแค่ 5 วัน พื้นที่เกิดจุดความร้อนเป็นที่เดิมๆ ในบางหมู่บ้านของ ต.แม่กรณ์ บางจุดมีความสูงชันและต้องใช้เวลาเดินทางไปถึงจุดไฟไหม้ 2-3 ชั่วโมง รวมทั้งที่ ต.ห้วยชมภู ต.แม่ยาว ฯลฯ โดยจุดไฟไหม้มักอยู่ห่างไกลหมู่บ้านและชุมชน ทำให้บางชุดเกิดการลุกไหม้นาน 5-6 วันกว่าจะเข้าไปควบคุมได้ ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ส่วนหนึ่งเกิดจากการลักลอบเผา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการแฝงตัวในพื้นที่เพื่อสืบหาข่าวผู้กระทำความผิดด้วยแล้ว

นายณาณวุฒิ กล่าวอีกว่า รายล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่หมู่บ้านหนองเขียว ซึ่งมูลนิธิกระจกเงาถ่ายภาพจากโดรนได้ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่พบตัวบุคคลทั้งชายและหญิง เบื้องต้นจึงได้ให้ผู้นำหมู่บ้านไปแจ้งให้ไปพบพนักงานสอบสวนในเวลา 10.00 น. วันที่ 15 เม.ย. แต่ปรากฏว่าทั้งคู่ได้หลบหนีออกจากบ้านพักไปแล้ว โดยฝ่ายชายเป็นบุคคลไม่มีเอกสารทางทะเบียนและอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม ส่วนฝ่ายหญิงมีอายุ 64 ปี เป็นชาวบ้านหนองเขียว ซึ่งอยู่ระหว่างประสานญาติให้ติดต่อ และหากไม่มาก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย เข้าไปกดดันและติดตามหาตัวต่อไป.