สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่าซูดานผลิตกัมอารบิก (gum arabic) ประมาณ 80% ของโลก ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่เก็บเกี่ยวจากต้นอะคาเซีย และใช้กันอย่างแพร่หลายในการผสม ทำให้คงตัว และเพิ่มความหนืดให้กับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่วางขายในตลาดทั่วไป เช่น เครื่องดื่ม ยา และเครื่องสำอาง
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า สินค้าดังกล่าวจำนวนมากถูกนำออกจากพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) และลักลอบนำเข้าประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นทางผ่าน จากนั้นก็ถูกส่งออกเป็นสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น ทำให้ยากต่อการติดตาม
New @UNHumanRights report:#Sudan’s war economy is helping to sustain the three-year-long conflict, exposing global supply chains to serious human rights risks. "Sudan’s vast wealth of natural resources should benefit its people."https://t.co/5U6qH31n3B pic.twitter.com/4dooJ3VbEw
— United Nations Geneva (@UNGeneva) July 15, 2026
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า กัมอารบิกบางส่วนถูกนำออกจากพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพซูดาน และขนส่งไปยังท่าเรือพอร์ตซูดานเพื่อส่งออก ขณะที่บริษัทในภาคส่วนนี้อาจเผชิญกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง
ส่วนหนึ่งของการผลิตมาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ และยูเอ็นพบว่า ผู้คนที่ทำงานในธุรกิจนี้เผชิญกับภัยคุกคามต่อความปลอดภัย และประสบกับการปล้นสะดมครั้งใหญ่ รวมถึงโดยฝ่ายต่าง ๆ ในความขัดแย้ง
นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) ได้เรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า พวกเขาไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในทางลบ หรือสนับสนุนความขัดแย้ง พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เกี่ยวกับแหล่งที่มาของส่วนผสมต่าง ๆ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



