สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวถึงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ที่รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เจรจาร่วมกับหลายประเทศในเอเชีย ว่าโดยส่วนตัวเขาคัดค้านข้อตกลงดังกล่าว และจะยุติข้อตกลงนี้ หากชนะการเลือกตั้งผู้นำประเทศ ในปี 2567 ซึ่งจะเป็นการกลับสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สอง


ทรัมป์ กล่าวว่า ไอพีอีเอฟไม่ต่างอะไรกับ “ทีพีพี 2.0” หรือความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งสหรัฐถอนตัวเมื่อปี 2560 ในยุครัฐบาลของตัวเอง อดีตผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ไอพีอีเอฟเป็นข้อตกลงที่ทำลายเกษตรกรและผู้ผลิตในอเมริกา ด้วยการเอื้อประโยชน์ให้แก่เอเชียแทน ต่อให้จีนไม่ได้เข้าร่วมก็ตาม


ทั้งนี้ ผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าไอพีอีเอฟ คือแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลวอชิงตันสร้างขึ้น เพื่อเป็นคู่แข่งกับแผนหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ของจีน และกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมไอพีอีเอฟ ซึ่งตอนนี้มี 14 ประเทศเข้าร่วม รวมถึง 7 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และไทย ซึ่งเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเหล่านี้ ยังคงพึ่งพาจีนเป็นหลัก


อย่างไรก็ตาม นางเจเน็ต เยลเลน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำร่างข้อตกลงตามกรอบไอพีอีเอฟ ว่ามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง “แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เต็มร้อย” หมายความว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงต้องการเวลาเพิ่มเติม เพื่อจัดการข้อตกลงให้เป็นรูปธรรม


อนึ่ง รัฐบาลไบเดน ประกาศแผนการจัดตั้งไอพีอีเอฟ เมื่อเดือนพ.ค. 2565 ที่โครงสร้างหลักประกอบด้วย ความยืดหยุ่นทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปลอดคาร์บอน และการต่อต้านการคอร์รัปชัน.

เครดิตภาพ : AFP