เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2566 เวลาประมาณเที่ยงคืน ทางการปารีสเริ่มทดลองการจัดเก็บแผงหนังสือเก่าแก่ที่อยู่คู่แม่น้ำแซนและกรุงปารีส มากว่า 100 ปี ด้วยการใช้รถเครนสูง 3 เมตร เพื่อยกแผงหนังสือจำนวน 4 แผง ออกจากจุดเดิม สร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มผู้ค้าหนังสือประจำแผงที่รวมตัวกันอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ปิแอร์ ราบาดอง เจ้าหน้าที่สภากรุงปารีส ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า การทดลองเก็บแผงหนังสือเป็นไปด้วยดี ไม่มีอุปสรรค
เขากล่าวว่า การทดลองนี้ ทำให้ทางการมั่นใจว่าจะสามารถรื้อถอนแผงหนังสือเก่าแก่เหล่านี้ ออกไปในสภาพที่ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ แล้วค่อยนำกลับมาติดตั้งใหม่ เมื่อถึงเวลาเหมาะสม



โลรองต์ นูเนซ ผู้บัญชาการตำรวจกรุงปารีส พยายามไกล่เกลี่ยฝ่ายผู้ค้าและเจ้าของแผงหนังสือเก่าแก่อายุ 150 ปีนี้ ว่าเป็นการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บแผงเพียงชั่วคราว โดยอ้างความจำเป็นและเหตุผลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในระหว่างมีพิธีเปิดงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2567
นูเนซ ย้ำว่า เขาตระหนักดีถึงความสำคัญของแผงหนังสือเก่าแก่เหล่านี้ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์และจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของกรุงปารีสมาช้านาน
หลังจากที่ผู้ค้าหนังสือประจำแผงริมแม่น้ำแซนเหล่านี้ ต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดอย่างหนัก เพราะผลกระทบที่ได้รับระหว่างสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อีกทั้งความนิยมจากคนในพื้นที่ที่ถดถอยลง พวกเขาไม่ต้องการพลาดโอกาสที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวน 16 ล้านคน ที่คาดว่าจะมาเยือนกรุงปารีสในปีหน้า
มิเชล บูตาร์ด์ เลขาธิการประจำสมาคมวัฒนธธรมแห่งผู้ค้าหนังสือประจำกรุงปารีส แสดงความไม่พอใจระหว่างให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ถึงกรณีการรื้อถอนแผงหนังสือนี้ว่า
“ที่ทำไปทั้งหมดนี้ เพื่อพิธีเปิด 4 ชั่วโมง! งานแข่งขันโอลิมปิกประสบความสำเร็จในสิ่งที่สงครามโลก (ทั้ง 2 ครั้ง) ไม่สามารถทำได้ นั่นก็คือทำให้พวกเราหายไป”
สภากรุงปารีสวางแผนที่จะจัดพิธีเปิดงานโอลิมปิกอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 26 ก.ค. 2567 ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่มีการจัดพิธีเปิดงานแบบกลางแจ้ง โดยใช้พื้นที่ริมแม่น้ำแซนเป็นหลัก
กองบัญชาการตำรวจปารีสได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายแผงหนังสือริมน้ำเหล่านี้จำนวน 600 แผง จากทั้งหมด 900 แผง ออกจากที่ตั้ง ด้วยเกรงว่าจะกลายเป็นจุดซุกซ่อนวัตถุระเบิดได้ในระหว่างมีพิธีเปิดงานแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬาจากชาติต่าง ๆ เข้าร่วมขบวนพาเหรดราว 11,000 คน
ก่อนหน้านี้มีการประเมินว่า แผงหนังสือเก่าแก่สีเขียวเข้มเหล่านี้เป็นสถานที่จำหน่ายหนังสือเก่าราว 300,000 เล่ม รวมถึงวารสาร ตราไปรษณียากรและการ์ดเก่าแก่สำหรับนักสะสม โดยถือว่าเป็นส่วนสำคัญของชุมชนและเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวของกรุงปรารีส
เฌอโรม กัลเลส์ ประธานสมาคมผู้จำหน่ายหนังสือแสดงความกังวลว่า พวกเขาไม่มั่นใจว่าแผงหนังสือเหล่านี้ จะสามารถกลับมาตั้งอยู่ในที่เดิมหลังจากโดนรื้อถอนออกไปหรือไม่ อีกทั้งยังแสดงความกังวลต่อความเป็นอยู่ของเจ้าของแผง ซึ่งจะต้องขาดรายได้ในระหว่างที่ไม่มีร้านให้ขายสินค้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์
ขณะเดียวกันก็มีหลายกลุ่มที่คัดค้านการรื้อถอนแผงหนังสือและยื่นจดหมายร้องเรียนไปยังประธานาธิบดี เอมมานูเอง มาครง เพื่อให้หยุดยั้งโครงการรื้อถอนดังกล่าว
ฟรองซีส์ โรแบร์ต์ เจ้าของแผงหนังสือวัย 43 ปี กล่าวว่า เขาเคยพบประธานาธิบดีมาครง ระหว่างที่เขาผ่านมาแถวริมแม่น้ำ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และผู้นำฝรั่งเศสก็บอกเขาว่า รับรู้เรื่องนี้แล้วและจะหาทางปกป้องพวกเขา เนื่องจากแผงหนังสือเหล่านี้ คือส่วนหนึ่งของกรุงปารีส
เครดิตภาพ : AFP, GETTY IMAGES



