นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจาก ได้ลงนามบันทึก ข้อตกลง(เอ็มโอยู) กับรัฐบาลไทย ในงานเอเปก ที่สหรัฐอเมริกาไปแล้ว ทาง ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เตรียมที่จะนำ เทคโนโลยีคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ มายกระดับภาครัฐ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างคุยรายละเอียด โดยในเฟสแรก จะมีการดำเนินการใน 3 กระทรวง ก่อน แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีกระทรวงใดบ้าง  รวมถึงจะมีการตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเชิงกลยุทธ์ด้าน เอไอ หรือ  เอไอ เซ็นเตอร์ เอ็กซ์เซอร์เล้นท์ ที่ร่วมผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอ เพื่อช่วยในการนำเอไอ และคลาว์ด ไปใช้ในการแก้ปัญหาการทำงาน ให้เกิดการนำเอไอมาใช้จริง เพิ่มศักยภาพให้หน่วยงานของรัฐ

สำหรับการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย กำลังอยู่ระหว่างพูดคุยลงรายละเอียดกับภาครัฐ และ ยังไม่สามารถบอก ถึงตัวเลขเงินลงทุนได้ และคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 68 และยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดของ ไมโครซอฟท์ ต้องการช่วยยกระดับประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ โดยจะมีการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีของไทยในทุก 3 เดือน เพื่อพูดคุยถึงปัญหา และอุปกสรรคต่างๆ ในการพัฒนาภาครัฐในการบริการประชาชน เพื่อให้ปัญหาต่างๆ แก้ไขได้รวดเร็ว เช่น เรื่องข้อ กฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ

นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)  ในการสนับสนุน โครงการคลาว์ดกลางภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงการใช้งานคลาว์ด ร่วมถึงการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้คนไทย 10 ล้านคนด้วย และความร่วมมือด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้การใช้งานออนไลน์ มีความปลอดภัย นอกจากในภาคเอกชน ก็จะมีการนำเอไอ มาสนับสนุนภาคธุรกิจด้วย โดยเฉพาะโซลูชั่น โค ไพลอต ฟอร์  ไมโครซอฟท์ 365 ซึ่งเป็นเจน เอไอ ซึ่งมีบริษัทใหญ่ๆของไทยเริ่มนำไปใช้งานแล้ว 6 บริษัท ช่วยให้กระบวนการทำงานขององค์กรและพนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 70%

ล่าสุดได้จัดงาน Microsoft AI Summit มีการบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการนำ เอไอ มาใช้ในภาคธุรกิจ รวมถึงการเสวนากับองค์กรชั้นนำในประเทศไทย อาทิ เอไอเอส ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ปตท.สผ. ที่ได้เข้าร่วมโปรแกรม Copilot for Microsoft 365 Early Access Program (EAP) เพื่อให้เห็นถึงแนวทางความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการนำ เอไอ มาใช้พลิกโฉมการดำเนินงาน ขณะที่ Buzzebees, InnovestX และ PTT Global Chemical (GC) ก็นำบริการ Azure OpenAI Service มาสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อยอดบริการที่มีอยู่ด้วยพลังจาก เอไอ

“เอไอ นับเป็นจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ เราจึงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนา เอไอ ที่ผสมผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของเราอย่างลงตัว มีบทบาทเป็น Copilot พร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ใช้และองค์กรธุรกิจในทุกระดับให้สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น มากขึ้น เร็วขึ้น และเสียงตอบรับจากองค์กรที่นำ Copilot เข้าไปใช้งานจริงก็นับเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีถึงศักยภาพและความพร้อมของ เอไอ ทั้งใน ทั้งในสถานที่ทำงาน โฮมออฟฟิศ สถาบันการศึกษา ห้องปฏิบัติการวิจัย และโรงงานผลิตทั่วโลก” นายธนวัฒน์ กล่าว