เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.อ.ปริญญา ยิ่งงาม รอง สว. (สอบสวน) สภ.คูเมือง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เขมชาติ แปดแก้ว ผกก.สภ.คูเมือง ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บจากการถูกทำร้าย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลคูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน โดยพบผู้บาดเจ็บคือ นายธรรมรงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ถูกแทง 3 แผล อาการสาหัส ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลคูเมือง ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

หลังเกิดเหตุเพียง 1 ชั่วโมง ตำรวจสืบสวนสามารถจับกุม นายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี เจ้าของลานรับซื้อมันสำปะหลังใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผู้ก่อเหตุพร้อมของกลางมีดพับ ก่อนคุมตัวมาสอบสวน

ด้านน.ส.ศิริจันทร์ (สงวนนามสกุล) ภรรยาของนายเอกชัย และอดีตแฟนของผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ตนได้เลิกรากับนายธรรมรงค์ เพราะถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง และมักถูกอดีตแฟนข่มขู่เอาชีวิต หลังมาจดทะเบียนสมรสกับนายเอกชัย วันเกิดเหตุตนบังเอิญไปซื้อมะนาวที่บ้านคนรู้จักและเจอกับนายธรรมรงค์ พอดี นายธรรมรงค์ เห็นจึงได้เข้ามาล็อกคอและชกต่อยนายเอกชัย ก่อน ทำให้นายเอกชัย ต้องใช้มีดแทงเพื่อป้องกันตัว ซึ่งตนอยากขอความเป็นธรรมให้สามีที่ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ายและต้องได้รับการฟอกไตทุก 4 ชั่วโมง

ขณะที่ นายเอกชัย ผู้ก่อเหตุ ยอมรับสารภาพว่าใช้มีดแทงจริงเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายจากด้านหลังก่อน ประกอบกับบริเวณนั้นมืด และตนมีปัญหาสายตาจากโรคเบาหวาน จึงแทงสวนไป 2 ครั้ง โดยไม่ทราบว่าเป็นใครและเข้าจุดใดบ้าง ก่อนจะขี่รถกลับบ้านด้วยความตกใจและถูกจับกุมในที่สุด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายให้บาดเจ็บสาหัส และกังวลเรื่องสุขภาพของตนเองหากต้องเข้าเรือนจำ

ส่วนทางญาติของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายธรรมรงค์ เดินทางมารอที่บ้านของตนก่อนเกิดเหตุ เมื่อน.ส.ศิริจันทร์ ขี่มอเตอร์ไซค์มากับนายเอกชัย เพื่อมาซื้อมะนาว จึงเกิดการเผชิญหน้ากัน ก่อนจะเดินตามกันไปที่หลังบ้านและเกิดการทะเลาะวิวาทจนแทงกันบาดเจ็บสาหัส คาดว่าสาเหตุหลักมาจากความหึงหวงที่จบความสัมพันธ์กันไม่ดีนัก

เบื้องต้นทางตำรวจตั้งข้อหานายเอกชัย ในข้อหา “ พยายามฆ่า“ ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย.