สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่า แผนดำเนินการดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก่อนการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 หรือ “คอป28” ที่เมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลจาการ์ตา ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของภาคส่วนพลังงาน ภายในปี 2593 โดยใช้เงินสดจากพันธมิตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (เจอีทีพี)

ภายใต้แผนการลงทุนและนโยบายฉบับครอบคลุม (ซีไอพีพี) อินโดนีเซียจะพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหลือ 250 ล้านเมตริกตัน สำหรับภาคส่วนพลังงานระบบออนกริด ภายในปี 2573 ซึ่งลดลงจากเป้าหมายก่อนหน้าที่ 290 ล้านเมตริกตัน

“ซีไอพีพี กำหนดแผนงานเชิงกลยุทธ์สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทะเยอทะยานในอินโดนีเซีย โดยคำนึงถึงความท้าทายต่าง ๆ รวมถึงความยุติธรรมทางเทคนิค, ทางการเงิน และทางสังคม” นายเอริค โธเฮียร์ รักษาการแทน รมว.ประสานงานกิจการทางทะเลและการลงทุนของอินโดนีเซีย กล่าวระหว่างการเปิดตัวแผนการลงทุน ในกรุงจาการ์ตา

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังวางแผนที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการผลิตพลังงานหมุนเวียนเป็น 44% ภายในปี 2573 จากเป้าหมายเริ่มต้นที่ 34% ขณะที่รัฐบาลจาการ์ตา ระบุเสริมว่า มันมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 97,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.4 ล้านล้านบาท) เพื่อบรรลุเป้าหมาย ซึ่งตัวเลขข้างต้นสูงกว่าเงินทุนที่นักลงทุนของเจอีทีพี ให้สัญญาไว้เกือบ 5 เท่า

แม้อินโดนีเซียให้คำมั่นว่าจะหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ แต่ทางการยังคงสร้างโรงไฟฟ้าที่วางแผนแล้วต่อไป ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักเคลื่อนไหว อีกทั้งข้อตกลงของเจอีทีพี ไม่ได้นับรวมโรงไฟฟ้าถ่านหินนอกระบบ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับบรรดาผู้สันทัดกรณี และนักสิ่งแวดล้อม.

เครดิตภาพ : AFP