เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน และนายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม ร่วมแถลงข่าวขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาราคาพืชผล

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวมีการอธิบายมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว มติวิปฝ่ายค้านว่าพวกเราเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะมีมติตั้ง กมธ.วิสามัญเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้ญัตติกำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีข้อสรุปเรื่องนี้ในวันนี้จากฝั่ง สส.รัฐบาลว่าจะเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญหรือไม่ แต่เราเห็นว่าควรมีการตั้ง และควรได้ข้อสรุปวันนี้เพื่อให้สามารถเริ่มทำงานได้ เนื่องจาก

1.ราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นปัญหาที่เร่งด่วน ไม่เฉพาะราคาผลผลิตที่ตกต่ำลง แต่เกษตรกรได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง 2.แนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเกี่ยวกับราคาการเกษตรนั้นยังไม่ตรงจุด

2 วันที่ผ่านมาบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับเรื่องการไลฟ์ขายทุเรียนเป็นการสร้างความสับสนในตลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิด อย่างที่บอกว่าจะไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท แต่ท้ายที่สุดในไลฟ์สดก็ไม่ได้มีการขายทุเรียนในราคาดังกล่าวจริง นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีความล่าช้าและการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในสินค้าการเกษตรบางชนิด เช่น มะม่วง 3.จำเป็นที่จะต้องตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมามากกว่าส่งไปที่ กมธ.สามัญคณะใดคณะหนึ่ง เพราะปัญหาดังกล่าวคาบเกี่ยวหลาย กมธ. จึงควรตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้

นายเลาฟั้ง กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรเดือดร้อนเรื่องสินค้าเกษตรเกือบทุกประเภท หลายรายเจ๊งไปแล้ว ขณะที่บางรายยังรอเก็บเกี่ยว ซึ่งปัญหาสินค้าการเกษตรกับการเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ในการกำหนดราคา กระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องของการแปรรูปสินค้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องของปุ๋ย การรับรองมาตรฐาน กระทรวงพลังงานเรื่องของการขนส่ง กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการปราบปรามนอมินี และกระทรวงการคลังเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา

เรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงหลายกระทรวงจึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อดึงคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล สภา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ภาควิชาการโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางออกและแก้ไขปัญหา อยากให้จับตาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เนื่องจากเกรงว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะชิงปิดการประชุมก่อน

ขณะที่ นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาของเกษตรกรเป็นปัญหาหลักของพรรคกล้าธรรม โดยปัญหาของพี่น้องประชาชนมีอยู่ 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1.ราคา 2.ต้นทุนทางการเกษตรที่สูง รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร และ 3.การไลฟ์สดของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ คิดดีไม่ได้ว่าทางรัฐบาลอาจจะกลัวพวกเราฝ่ายค้านหรือพี่น้องประชาชนที่อาจจะถูกตั้งเข้ามานั่งใน กมธ. รับรู้ รับทราบข้อมูลของภาครัฐหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เรามีเป้าหมายเดียวกันคือการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้น จึงขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเถอะ นี่คือมติของพรรคกล้าธรรม

ส่วน นางรัดเกล้า กล่าวว่า หลักการของการทำงานรัฐสภา ประชาชนเลือกพวกเรามาเป็นปากเป็นเสียง เป็นกลไกในการแก้ปัญหาความเดือดร้อน แต่ในวันนี้รัฐสภาชุดที่ 27 กำลังมีการคุมกำเนิด กมธ.วิสามัญ ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระแวดระวังการตั้งกมธ.วิสามัญ ไม่ใช่แค่พืชผลทางการเกษตร พวกเราทำงานกันมาเดือนกว่า ๆ แต่ตั้ง กมธ.วิสามัญแค่ 1 กมธ.เท่านั้น ข้อมูลที่ได้ศึกษากันมาสุดท้ายนำไปสู่ กมธ.สามัญเท่านั้น

การมี กมธ. สามารถแก้ปัญหาได้ และตนไม่ได้ตั้งข้อกังขากับ กมธ.สามัญ แต่บางเรื่องเกินขอบข่ายการทำงานของ กมธ.สามัญเพียงแค่คณะเดียว เพราะครอบคลุมหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน หลายฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ จึงอยากถามว่าเหตุใดจึงต้องมีการคุมกำเนิดการตั้ง กมธ.วิสามัญ และรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร หากไม่ใช้กลไกการตั้ง กมธ.วิสามัญ

เมื่อถามว่า การมาแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับสัญญาณอะไรมาหรือไม่ จึงกลัวว่าจะมีการชิงปิดประชุมก่อน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เหตุที่มีการแถลงข่าวในวันนี้เพราะเป็นการย้ำมติของวิปฝ่ายค้านที่ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าจะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาหรือไม่ และเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลด้วย