เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา เพจ Because We Care ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ และที่ปรึกษาปลัดกระทรวง พม. เป็นผู้ดูแลเพจ ร่วมกันจัดโครงการ CYC Plus รู้ รักในวัยเรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในการป้องกัน เทคนิคการช่วยเหลือ และช่องทางการส่งต่อเมื่อเกิดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายเด็กและเยาวชนนำไปขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ สร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างการรับรู้ที่ดีในการป้องกันการกระทำความรุนแรงอย่างเข้มแข็งต่อกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมีนางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานพิธีเปิด

นางอภิญญา กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาของเด็กและเยาวชนไทยขณะนี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย มีความซับซ้อนอันเกิดจากปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่ล้อมรอบตัวเด็กมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงปัญหาที่แฝงมากับสื่อสังคมออนไลน์ นำไปสู่การล่อลวง ส่งผลเสียทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สิน กระทรวง พม. ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรง จึงมุ่งเน้นพัฒนาให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในวิธีป้องกัน ช่วยเหลือ และช่องทางการส่งต่อเมื่อเกิดความรุนแรงในเด็กและเยาวชน จึงร่วมกับเพจ Because We Care เปิดตัวโครงการ CYC Plus รู้ รักในวัยเรียน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคแรก และภาคใต้เป็นภาคที่สอง ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นการอบรมสร้างแกนนำสภาเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปขยายผลในระดับพื้นที่ ในเรื่องเพศศึกษา อนามัยเจริญพันธุ์ การป้องกันการถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ กิจกรรมต้านภัย ยาเสพติด และการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางการช่วยเหลือสังคมตลอดจนสามารถเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังไม่ให้ เกิดความรุนแรง ลดความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนนำไปสู่สังคมที่ปลอดภัยกับทุกช่วงวัย ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พ.ย. 66 เป็นการบรรยายให้ความรู้ และการฝึกปฏิบัติแก่สภาเด็กและเยาวชนภาคใต้ จำนวน 14 จังหวัด และเด็กและเยาวชนในโรงเรียนมหาวชิราวุธ จำนวน 350 คน

“โครงการ CYC Plus รู้ รักในวัยเรียน มุ่งเน้นให้เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดจากการถูกกระทำความรุนแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะในรูปแบบการล่วงละเมิด การทารุณกรรม การใช้แรงงาน รวมถึงภัยจากโลกออนไลน์ ดังนั้นการให้ความรู้ ความเข้าใจในการป้องกันตนเองและการช่วยเหลือผู้อื่น รวมถึงรู้จักช่องทางในการช่วยเหลือส่งต่อเมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในเด็กและเยาวชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเด็กและเยาวชนเหล่านี้จะดูแลตนเองได้เมื่อเกิดอันตรายแล้ว ยังสามารถเป็นแกนนำ สำคัญในการสร้างการรับรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่ต่อไปได้อีกด้วย” นางอภิญญา กล่าว

นางอภิญญา กล่าวอีกว่า ตนได้เน้นย้ำถึงปัญหาความรุนแรงของสังคมในยุคปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงปัญหาที่แฝงมากับสื่อสังคมออนไลน์ เด็กและเยาวชนจะต้องรู้เท่าทัน และสามารถปฏิบัติตนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากความรุนแรงเหล่านี้ได้ ตลอดจนสามารถใช้ช่องทางในการสื่อสาร แจ้งเหตุ ส่งต่อ ได้อย่างถูกต้อง เป็นประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น หากพบเห็นการกระทำความรุนแรง ไม่ว่าจะรูปแบบใด สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว 77 แห่งทั่วประเทศ เพจ Because We Care ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 แอพพลิเคชั่นคุ้มครองเด็ก และ แอพพลิเคชั่นไลน์ @ESS Help me ตลอด 24 ชั่วโมง.