พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา เรื่องต่างๆ 39 วาระ จากทั้งหมด 90 วาระ โดยมีวาระที่สำคัญ อาทิ การปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบท เกี่ยวกับธุรกิจดาวเทียมของประเทศไทยในระดับสากล เพื่อให้สามารถขอใบอนุญาตหลายไลเซ่นส์ จากเดิมที่ให้ขออนุญาตทั้ง 3 บริการ ได้แก่ ใบอนุญาตใช้ช่องสัญญาณ, ใบอนุญาตตั้งสถานีภาคพื้นดิน และใบอนุญาตนำสัญญาณให้บริการ กับพาร์ทเนอร์บริษัทไทยเพียงรายเดียว เป็นหลายบริษัทตามความสามารถของแต่ละบริษัทที่เหมาะสม โดยหลังจากนี้จะนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และคาดว่าจะออกประกาศแทนประกาศเดิมภายในต้นปี 67
นอกจากนี้ยังมีการตั้ง 3 อนุกรรมการ คือ อนุกรรมการคลื่นความถี่, อนุกรรมการด้านดาวเทียม และอนุกรรมการด้านคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อทำงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านคลื่น 3500 เมกะเฮิรตซ์ ที่ใช้อยู่ในกิจการดาวเทียม ซี-แบนด์ ให้สามารถนำมาใช้งานด้านโทรคมนาคมได้
น.ส.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า การประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีการเปิดโอกาสให้กสทช.แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย โดยที่ประชุมได้มีการต่ออายุอนุกรรมการติดตามมาตรการ เงื่อนไข กรณีรวมธุรกิจของ ทรู-ดีแทค ที่ได้หมดอายุลง นอกจากนี้ในการประชุมในครั้งหน้าจะมีการเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการการจัดให้มีบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์พื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (พ.ศ. 2566-2568) พร้อมกรอบวงเงิน เพื่อทำโมเดลดิจิทัลแพลตฟอร์มแห่งชาติ หรือ เนชั่นแนล โอทีที แพลตฟอร์ม ด้วย
ขณะที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. กล่าวว่า วาระเสนอชื่อเลขาธิการ กสทช. คนใหม่ ที่ประชุมยังพิจารณาไปไม่ถึงวาระดังกล่าว คาดว่าจะมีการนำขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 28 พ.ย.นี้



