บริษัท “เสฉวน จินซาง เอนไวรอนเมนทัล โพรเทกชั่น” ซึ่งเป็นธุรกิจท้องถิ่น ค้นพบวิธีแปรรูปของเสียที่มันเยิ้ม และส่งออกเพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงอากาศยาน

นายเย่ ปิ่น ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท กล่าวว่า บริษัทของเขาก่อตั้งเมื่อปี 2560 และดำเนินการผลิตนํ้ามันเกรดอุตสาหกรรมมากถึง 150,000 ตันต่อปี จากร้านหม้อไฟ, ร้านเคเอฟซี และร้านอาหารอื่น ๆ ทั่วเมืองเฉิงตู

ในช่วงกลางคืนตามปกติ ทีมนักเก็บนํ้ามันของบริษัท จะเดินทางไปยังร้านอาหารหลายร้อยแห่งในเมือง และเริ่มทำงานทันทีหลังจากลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้ว โดยบริกรของร้านจะเป็นคนเทนํ้าซุปหม้อไฟลงในตัวกรองพิเศษ ซึ่งแยกนํ้ามันออกจากนํ้า

จากนั้นตะกอนดังกล่าวจะถูกส่งไปยังโรงงานของบริษัท จินซาง ก่อนที่จะถูกขนถ่ายลงในถังขนาดใหญ่ และดำเนินกระบวนการกลั่น เพื่อขจัดนํ้าและสิ่งสกปรกที่เหลืออยู่ จนออกมาเป็นนํ้ามันเกรดอุตสาหกรรมที่ใส และมีสีเหลือง

อนึ่ง นํ้ามันที่ได้จากกรรมวิธีข้างต้น ถูกส่งให้กับลูกค้าในยุโรป, สหรัฐ และสิงคโปร์เป็นหลัก ซึ่งพวกเขานำมันไปแปรรูปเพิ่มเติม เพื่อสร้างสิ่งที่คนในวงการอุตสาหกรรมเรียกว่า “เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน” (เอสเอเอฟ)

ตามข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เอสเอเอฟ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนการบิน แต่มันยังไม่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากต้นทุนการแปรรูป และจำนวนผู้จัดหาที่มีค่อนข้างน้อย

ด้านสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) ประเมินว่า การนำเอสเอเอฟ ไปใช้ในวงกว้าง อาจมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยมลพิษประมาณ 65% ที่จำเป็นต่อการบิน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593

ทั้งนี้ จินซางมีแผนที่จะขยายโรงงานผลิตเอสเอเอฟของตนเองในเร็ว ๆ นี้ โดยใช้อุปกรณ์จากบริษัท ฮันนีเวลล์ ของสหรัฐ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตนํ้ามันเป็น 300,000 ตันต่อปี

ยิ่งไปกว่านั้น โมเดลธุรกิจของจินซาง ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างกว้างขวางในจีน ในการจัดการกับขยะอาหารปริมาณมหาศาล ซึ่งเกิดจากประชากรในประเทศราว 1,400 ล้านคนด้วย.