เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมจีระ บุญมาก ชั้น 3 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีการจัดพิธีเปิดตัวหนังสือ “สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่ม 2 ฉบับภาษาไทย และการสัมมนาการแลกเปลี่ยนแนวคิดยุทธศาสตร์การบริหารประเทศจีน-ไทย

ภายในงานมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงหลายคน รวมถึง ฯพณฯ หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายหลิว ต้าเหวย รองประธานสำนักสารนิเทศต่างประเทศแห่งประเทศจีน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์

นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้กล่าวปาฐกถามีใจความว่า

ก่อนอื่น ในนามของสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ขอแสดงความยินดีกับการเปิดตัวหนังสือเรื่อง “สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่ม 2 ฉบับภาษาไทย ซึ่ง “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่ม 1 ฉบับภาษาไทย ได้ตีพิมพ์ในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา และในปี 2565 ระหว่างที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางมาเยือนประเทศไทยนั้น ก็ได้มอบชุดหนังสือ “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” ให้กับนายกรัฐมนตรีประเทศไทย เพื่อเป็นของขวัญชิ้นสำคัญในระดับชาติ หลายปีที่ผ่านมานั้น ชุดหนังสือเรื่อง “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” ได้สานบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันในภาคส่วนนโยบายการเมืองการปกครอง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศมาโดยตลอด

ในปี 2566 นี้ ฯพณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีประเทศไทย ได้เดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ทั้งสองประเทศได้ประกาศแถลงการณ์ร่วม แสดงเจตนารมณ์มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกันในภาคส่วนยุทธศาสตร์การปกครอง โดยถือเป็นเนื้อหาสาระที่สำคัญในการรักษาความแน่นแฟ้นของการแลกเปลี่ยน และไปมาหาสู่กันในระดับผู้นำของทั้งสองประเทศ ผมเห็นว่า การศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกันในประสบการณ์การปกครองและยุทธศาสตร์การบริหารประเทศนั้น ถือเป็นภาคปฏิบัติอันสำคัญในระดับประวัติศาสตร์ตาม “ไทยจีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน”

หนังสือเรื่อง “สี จิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่ม 2 ฉบับภาษาไทย ได้รวบรวมคติและหลักคิดต่าง ๆ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในการนำเสนอความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง พร้อมด้วยการสร้างสรรค์ประชาคมร่วมอนาคต แห่งมวลมนุษยชาติร่วมกัน เป็นการนำเสนอข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ลงในรายละเอียดทั้งเนื้อหาสาระ วิธีคิดและแนวนโยบาย ฯลฯ ซึ่งถือว่าเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาเรียนรู้วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการปกครองประเทศ ช่วยให้เกิดความเข้าใจในบริบทอย่างถ่องแท้มากขึ้น อันนำไปสู่การเข้าใจที่ตรงกัน เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

จึงย่อมเกิดประโยชน์ต่อการร่วมสร้างสรรค์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างไทยจีนแห่งยุคสมัยใหม่ ที่เน้นคุณภาพสูง นำไปสู่การสร้างสรรค์ประชาคมร่วมอนาคตที่มีความมั่นคงเสถียรภาพ มีความเจริญมั่งคั่งและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน

แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และเพื่อน ๆ ทั้งหลาย ผมได้มีโอกาสบ่อยครั้งในการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผมเห็นว่าท่านเป็นบุคคลหนึ่ง ที่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทำให้หลักคิดในการกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารประเทศนั้นสามารถมองไกลไปถึงอนาคต และครอบคลุมมิติเชิงมหภาคที่เกื้อกูลผลประโยชน์ร่วมกันแห่งมวลมนุษยชาติ เป็นการมุ่งแสวงหาแนวทางพัฒนาอย่างสันติแห่งมวลมนุษยชาติ


ตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มุ่งหน้าขับเคลื่อนข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง จนถึงปัจจุบัน เราได้ประจักษ์ในผลสำเร็จของท่าน และได้ทำให้แนวทางสารประโยชน์ร่วมกันอย่างอะลุ้มอล่วย พร้อมด้วยการเกื้อกูลกัน เพื่อบรรลุผลแห่งชัยชนะร่วมกัน ได้กลายเป็นกระแสหลักแห่งยุคสมัยนี้ ตรงตามดำริของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่ ได้กล่าวไว้ ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางครั้งที่ 3 ที่ได้จัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ “ตลอด 10 ปีแห่งภาคปฏิบัติได้พิสูจน์แล้วว่า การร่วมสร้างสรรค์ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ถือเป็นแนวทางที่ชอบธรรม สอดคล้องกับตรรกะแห่งความเจริญก้าวหน้าแห่งยุคสมัย จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง”

แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และเพื่อน ๆ ทั้งหลาย สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ได้ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอันนาน เพื่อผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในทุกภาคส่วนระหว่างสองประเทศ เราจึงคาดหวังว่า ในอนาคตอีกไม่นาน ทั้งสองประเทศจะเกิดกระบวนการศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกมิติ และเรายังคงเชื่อมั่นในคำพูดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ว่า ขอเพียงทุกประเทศมีเจตจำนงที่จะร่วมมือกัน และนำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างสอดประสานกัน ย่อมทำให้ทางตันกลายเป็นทางสะดวก ทำให้ประเทศ Land Lock กลายเป็นประเทศ Land Link พื้นที่ลุ่มต่ำแห่งการพัฒนา ก็สามารถพลิกฟื้นขึ้น เป็นที่ราบสูงแห่งความเจริญก้าวหน้า.