สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ว่า นายแก้ว รัตตะนาค รมว.พลังงานของกัมพูชา กล่าวว่า ตามส่วนหนึ่งของโครงการใหม่ กัมพูชากำลังสำรวจการก่อสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อนำเข้าเชื้อเพลิงเย็นจัด และเปลี่ยนสภาพให้เป็นก๊าซอีกครั้ง สำหรับการใช้งานในโรงไฟฟ้า

“พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะประกาศถึงการยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 700 เมกะวัตต์ ในจังหวัดเกาะกง และมอบหมายให้ดำเนินแผนการสร้างโรงไฟฟ้าแอลเอ็นจีขนาด 800 เมกะวัตต์แทน หลังปี 2573” รัตตะนาค กล่าวเพิ่มเติม แต่เขาไม่ได้ระบุว่า โรงไฟฟ้าข้างต้น และคลังก๊าซธรรมชาติ มีต้นทุนเท่าใด

ทั้งนี้ แผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในอำเภอปทุมสาคร เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักสิ่งแวดล้อม และผู้อยู่อาศัยบางส่วน ซึ่งพวกเขากล่าวว่า โครงการดังกล่าวรุกล้ำพื้นที่ป่าทึบสุดของกัมพูชา อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่ฝุ่นถ่านหินจะสร้างความลำบากในการดำรงชีวิต และสร้างมลพิษในเขตสงวน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายสิบชนิด

รัตตะนาค กล่าวว่า การตัดสินใจยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีกำหนดเริ่มผลิตไฟฟ้าภายในสิ้นปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชา ที่ต้องการใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น และยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 หรือ “คอป28” ที่เมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ด้วย

อนึ่ง ทางการกัมพูชาประกาศเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ว่าจะไม่สร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ใด ๆ ยกเว้นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแล้ว และหันมาใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นราว 15% ต่อปี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่กัมพูชาต้องเผชิญกับความผันผวนของผลผลิต เนื่องจากการชะงักงันที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากกว่าเดิม.

เครดิตภาพ : AFP