สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า การประกาศครั้งสำคัญดังกล่าว มีขึ้นในขณะที่ยูเออี ซึ่งเป็นเจ้าภาพซัมมิต คอป 28 ประกาศว่า เชื้อเพลิงฟอสซิลต้องเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้านสภาพอากาศขั้นสุดท้ายใด ๆ ก็ตาม ที่มีการเจรจาในช่วง 2 สัปดาห์นับจากนี้
การจัดตั้ง “กองทุนการสูญเสียและความเสียหาย” อย่างเป็นทางการ สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ ได้รับความเห็นชอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ในคอป 28 แม้ที่ประชุมจะมีความเห็นแตกต่างอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลก็ตาม
#COP28 is off to a great start!
— UN Climate Change (@UNFCCC) November 30, 2023
Day one concluded with a historic agreement to operationalize the loss and damage fund and funding arrangements.
Tomorrow COP28 welcomes leaders from around the world.
Stay tuned! pic.twitter.com/YnAwe7yChl
อนึ่ง จุดสนใจหลักของคอป 28 จะเป็นการเฝ้าติดตามความคืบหน้าที่จำกัดของโลก ในการควบคุมภาวะโลกร้อน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างเป็นทางการในการเจรจาครั้งนี้ ขณะที่บรรดาผู้นำจากหลายประเทศ ต่างได้รับการเรียกร้อง ให้ก้าวไปสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นเป็นประเด็นสำคัญในคอป 28 เช่นกัน เนื่องจากกลุ่มประเทศมั่งคั่งที่มีส่วนรับผิดชอบมากที่สุดต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ที่จะสนับสนุนกลุ่มประเทศเปราะบาง ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด แต่มีส่วนรับผิดชอบต่อภาวะโลกร้อนน้อยที่สุด
ยูเออีประกาศมอบเงินเข้ากองทุนการสูญเสียและความเสียหาย เป็นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,500 ล้านบาท) ส่วนสหภาพยุโรป (อียู) ให้เงินสนับสนุนอีก 246 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,700 ล้านบาท) และคาดว่าจะมีคำมั่นเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินรวมในขณะนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งพวกเขาระบุว่า จำเป็นต้องใช้เงินมากถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 ล้านล้านบาท) เพื่อความยุติธรรมด้านสภาพอากาศ และการช่วยเหลือประชาชน.
เครดิตภาพ : AFP



