ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ภาคเสาร์ อาทิตย์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ประกาศผลดุษฎีนิพนธ์ดีเด่น และวิทยานิพนธ์ดีเด่น ประจำปี 2566 รวมจำนวน 27 เรื่อง โดยในจำนวนดังกล่าวมีงานวิจัย เรื่อง “นวัตกรรมวิถีการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ในสังคมไทยเชิงพุทธบูรณาการ” โดย ดร.ณัฐพงศ์ นำศิริกุล ซึ่งเป็นการนำเสนอทางเลือกสำหรับการดำเนินชีวิตของคนโสดที่มีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ

งานวิจัยดังกล่าวเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ วิจัยเอกสาร ร่วมกับการวิจัยภาคสนาม ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 คนโสดยุคใหม่ ได้แก่ กลุ่มเพศชาย กลุ่มเพศหญิง และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ที่มีอายุตั้งแต่ 35-80 ปี กลุ่มที่ 2 คือ นักจิตวิทยาด้านพฤติกรรมมนุษย์ และกลุ่มที่ 3 คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา พบว่า โดยทั่วไปผู้หญิงโสดจะมีอาชีพ รายได้ และการศึกษาดีกว่าผู้ชายโสดที่มีอายุในช่วงเดียวกัน และยังพบอีกว่าผู้หญิงโสดมักประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และจากการศึกษาหลักการและแนวคิดการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ในสังคมไทย เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่ใช้บูรณาการวิถีการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ในสังคมไทย และนำเสนอนวัตกรรมวิถีการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ในสังคมไทยเชิงพุทธบูรณาการ สรุปได้แนวทางเรียกว่า “โสด สร้าง สุข” อธิบายดังนี้ โสด คือ การตัดสินใจดำเนินชีวิตโสดโดยการเริ่มต้นวางแผนสร้างสุขภาพกายและจิตให้แข็งแรงจนถึงบั้นปลายชีวิตถือเป็นการไม่ประมาทในวัย สร้าง คือ การไม่ประมาทในการบริโภคโดยการบริโภคในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และการไม่ประมาทในการใช้จ่ายทรัพย์คือ การวางแผนการใช้จ่ายและการสะสมความมั่งคั่งด้านการเงินและด้านวัตถุเพื่อการใช้ชีวิตในบั้นปลาย สุข คือ การไม่ประมาทในจิตเป็นการฝึกฝนและขัดเกลาจิตใจตนเองให้เบิกบานและผ่องใสเสมอ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดความสุขในระดับต่างๆ ได้

ทั้งยังพบด้วยว่า แนวคิดที่สำคัญที่นำมาใช้ได้ในยุคปัจจุบันในความต้องการวิถีการดำเนินชีวิตของคนโสด ในด้านความเป็นอิสระแบบต่าง ๆ 10 ประการ คือ 1.การไม่ต้องแชร์เวลากับใคร 2.อิสระที่เลือกเองในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ 3.ความรู้สึกว่าชีวิตสบายไม่มากเรื่อง 4.การควบคุมการใช้จ่ายได้ 5.การได้ดูแลบุพพการีหรือบุญคุณได้ทดแทน 6.การมีโอกาสทำตามความฝันในหลายเรื่องที่ตั้งใจไว้ 7.การมีช่วงเวลาที่ได้สนุกสนานกับเพื่อนฝูงและทุกคนที่ต้องการที่จะสนุกสนาน 8.หมดปัญหาทะเลาะเรื่องจุกจิกแต่ สำหรับคนโสดจะไม่มีปัญหาเหล่านี้ เพราะทุกอย่างสามารถตัดสินใจเองได้เลย 9.มีเวลาดูแลสุขภาพมากขึ้น คนโสดส่วนใหญ่มักอยากให้ตัวเองดูดีทั้งรูปร่างและหน้าตา เมื่อไม่มีแฟนและไม่ต้องดูแลใครก็ทำให้มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น 10.มีความวิตกกังวลน้อยลง แม้ว่าการมีแฟนจะทำให้มีความสุขในบางขณะ แต่ก็มักจะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันได้ยาก อีกทั้งการมีคู่มักส่งผลให้สมองมีเรื่องต้องคิดอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว เพราะทุกเรื่องจะต้องเกี่ยวข้องไปถึงคู่ของตัวเองด้วย คนมีคู่จึงเกิดความเครียดได้ง่ายกว่าคนโสด

ส่วนหลักพุทธธรรมที่ใช้บูรณาการวิถีการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ในสังคมไทย ผลการวิจัยพบว่า คือ “ความไม่ประมาท” และโมเดล “โสด สร้าง สุข” ที่ผู้วิจัยได้จากการบูรณาการแนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของคนโสดกับแนวคิดเรื่องความสุข และหลักพุทธธรรมในพระพุทธศาสนา คือ หลักอัปปมาทธรรม และหลักสติ โมเดลนี้นำเสนอการดำเนินชีวิตของคนโสดยุคใหม่ โดยมีการใช้วิถีการดำรงชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบันที่อยู่ในโลกของทุนนิยมภายใต้การบริโภคที่ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งได้มีการนำหลักพุทธธรรมในพระพุทธศาสนาที่มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปปรับใช้ 2 ระดับ ระดับที่ 1 การดำเนินชีวิตระดับปัจเจกบุคคล คือ จะต้องเริ่มต้นการวางแผนชีวิตของตนเองทั้งในระดับปัจจุบันและอนาคตที่จะเกิดขึ้น การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง ระดับที่ 2 ระดับสังคม ถือว่าเป็นภาพรวมการดำรงอยู่ของผู้คนที่จะต้องมีการรับผิดชอบต่อชีวิตเพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตด้วยการสร้างระบบสวัสดิการของรัฐให้ครบถ้วน โมเดล “โสด สร้าง สุข” จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพึ่งพาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะช่วยลดความต้องการในการพึ่งพาจากรัฐ อันจะสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น