สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวถึงการสู้รบ ระหว่างกองทัพกับกองกำลังชาติพันธุ์ ที่เมืองลอยก่อว์ เมืองเอกของรัฐกะยา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และมีพรมแดนติดกับไทย ว่าฝ่ายทหาร “ยังคงควบคุมสถานการณ์ได้” แต่ยอมรับว่า สถานการณ์สู้รบยังคงเป็นไปอย่างตึงเครียด


นอกจากนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย กล่าวว่า “ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ” คอยให้ความสนับสนุนเรื่องโดรนกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน แต่ไม่ได้เจาะจง ว่าหมายถึงประเทศใด


อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ซึ่งเป็นฝ่ายติดอาวุธของรัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นองค์กรฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่า สามารถรุกคืบพื้นที่ในเมืองลอยก่อว์ได้อย่างต่อเนื่อง และได้รับความสนับสนุนจาก กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) โดยเป้าหมายสูงสุดคือ “การกระชับพื้นที่” เมืองแห่งนี้ คืนจากรัฐบาลทหาร ซึ่งหากสำเร็จ จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ที่กองกำลังฝ่ายตรงข้ามสามารถยึดเมืองเอกของรัฐ หรือภูมิภาคหนึ่ง


ขณะที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า อพยพเจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดออกจากเมืองลอยก่อว์แล้ว เนื่องจากความรุนแรงของการสู้รบภาคพื้นดิน และการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพอากาศเมียนมา


อนึ่ง มีรายงานมาระยะหนึ่งแล้วว่า รัฐบาลทหารกำลังเรียกระดมกำลังพลเพิ่มเติม จากภูมิภาคมัณฑะเลย์ พะโค และย่างกุ้ง รวมกันมากกว่า 10,000 นาย ให้เข้ามาประจำการตามฐานในกรุงเนปิดอว์ และพื้นที่รอบนอก เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบที่เมืองลอยก่อว์


ทั้งนี้ พันธมิตรภราดรภาพ ที่ประกอบด้วย กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) หรืออดีตพรรคประชาธิปไตยโกก้าง กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) เปิดฉากปฏิบัติการ “1027” ที่รัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้น การสู้รบแผ่ขยายไปยังอีกหลายรัฐทางเหนือ ตลอดจนรัฐยะไข่และรัฐชิน ที่อยู่ทางตะวันตก.

เครดิตภาพ : AFP