สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า คำประกาศดังกล่าว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่สหรัฐ, กานา ไปจนถึงญี่ปุ่น และหลายประเทศในทวีปยุโรป ระบุว่า พลังงานนิวเคลียร์ “มีบทบาทสำคัญ” ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
แม้การใช้พลังงานนิวเคลียร์ ได้รับการผลักดันในฐานะพลังงานทางเลือกที่สะอาดกว่าการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่มันยังเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย และการกำจัดกากนิวเคลียร์
COP28: Over 20 nations call for tripling of nuclear energy https://t.co/Tf9vtQflBC pic.twitter.com/o8F2AbNwoc
— Eyewitness News (@ewnupdates) December 2, 2023
“เราไม่ได้จะโต้แย้งกับใครว่า นี่คือพลังงานทางเลือกที่ครอบคลุมแหล่งพลังงานอื่น ๆ แต่พวกเรารู้เพราะวิทยาศาสตร์ ความเป็นจริงของข้อเท็จจริง และหลักฐานที่บอกเราว่า คุณไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ได้ หากไม่มีพลังงานนิวเคลียร์บางส่วน” นายจอห์น เคอร์รี ผู้แทนพิเศษด้านสภาพอากาศของสหรัฐ กล่าวในซัมมิต คอป 28
ทั้งนี้ เป้าหมายของคำประกาศข้างต้น คือ การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ 3 เท่า ภายในปี 2593 จากระดับเมื่อปี 2563 ซึ่งนอกจากสหรัฐ, กานา และญี่ปุ่น ประเทศอื่นที่ร่วมลงนามในคำประกาศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, บัลแกเรีย, แคนาดา, สาธารณรัฐเช็ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, ฮังการี, เกาหลีใต้, มอลโดวา, มองโกเลีย, โมร็อกโก, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, โรมาเนีย, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, สวีเดน, ยูเครน และยูเออี
อย่างไรก็ตาม นายเจฟฟ์ ออร์โดเวอร์ ผู้อำนวยการส่วนอเมริกาเหนือ ของกลุ่มสิ่งแวดล้อม “350.org” กล่าวว่า แม้พวกเขาชื่นชมที่รัฐบาลวอชิงตัน มุ่งหวังการลงทุนในพลังงานทางเลือกแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ทุกฝ่ายไม่ควรเสียเวลาไปกับสิ่งรบกวนที่เป็นอันตรายอย่างพลังงานนิวเคลียร์.
เครดิตภาพ : AFP



