สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่า กระทรวงการลงทุนของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า บริษัทข้ามชาติรายใดก็ตาม หากใช้พื้นที่ในราชอาณาจักร เพื่อตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง จะได้รับการยกเว้นภาษีเป็นเวลานานถึง 30 ปี


ทั้งนี้ มาตรการจูงใจทางภาษีดังกล่าว รวมอัตราภาษี 0% สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะคำนวณจากการดำเนินงาน และกิจกรรมของบริษัทแห่งนั้น ตามที่ได้รับการอนุมัติ ครอบคลุมตลอดระยะเวลา 30 ปี โดยการนับระยะเวลาจะเริ่มตั้งแต่ วันที่หน่วยงานของซาอุดีอาระเบียออกใบอนุญาตให้แก่บริษัทแห่งนั้น


เบื้องต้นมีรายงานว่า บริษัทข้ามชาติมากกว่า 200 แห่งให้ความสนใจ และรัฐบาลริยาดเชื่อมั่นว่า จะมีผู้ประกอบการต่างประเทศยื่นแสดงความจำนงมากขึ้น เนื่องจากเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย กำลังจะเป็นเจ้าภาพมหกรรม “นิทรรศการโลก” หรือ “เวิลด์เอ็กซ์โป” ในปี 2573


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้น ก่อนถึงกำหนด “เส้นตาย” ที่ซาอุดีอาระเบียเคยประกาศว่า จะยุติการทำสัญญาภาครัฐ กับบริษัทข้ามชาติแห่งใดก็ตาม ซึ่งไม่มีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ที่ประเทศแห่งนี้ ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2567


อนึ่ง ซาอุดีอาระเบียประกาศโครงการเชิญชวนให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาค เมื่อเดือน ก.พ. 2664 โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือการขับเคี่ยวและแข่งขันกับเมืองดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกกลาง.

เครดิตภาพ : AFP