ที่เรือนจำกลางคลองเปรม สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย “อดีตนายกฯ อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย อดีตนายกรัฐมนตรี “เอม” พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทนเข้าเยี่ยมนายทักษิณ มีคนเสื้อแดงมาจัดกิจกรรมหน้าเรือนจำ กิจกรรมทั้งหมดจะดำเนินไปจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 69 ซึ่งนายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ

เรือนจำกลางคลองเปรมได้มีการอนุญาตพื้นที่บริเวณวงเวียนเสาธงด้านหน้าเรือนจำฯ สำหรับเป็นพื้นที่ให้คนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร โดยแบ่งเป็น ทางด้านซ้ายมือ (ฝั่งอาคารเยี่ยมญาติ) สำหรับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ส่วนทางด้านฝั่งขวามือ (หน้าร้านกาแฟหับเผยเรือนจำกลางคลองเปรม) จะเป็นพื้นที่ของสื่อมวลชน ที่มาทำข่าวเวลา 08.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณ จะได้ออกมายืนตรงทำความเคารพและร้องเพลงชาติไทยที่บริเวณเสาธง
ภายหลังการเข้าเยี่ยม น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “คุณพ่อได้รับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าตนเองนั้นแก่แล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทำตามกระบวนการทุกอย่าง เท่าที่ทราบผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องติดกำไล EM แต่อันนี้มีมติให้ติดก็ต้องติด ไม่ได้มองว่าน่าแปลกใจอยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีอะไร”
“วันที่ 11 พ.ค. 69 ครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจำฯ ตามเวลาของราชทัณฑ์ คุณพ่อยังไม่มีอะไรอยากทำเป็นพิเศษ แค่บอกว่ากลับบ้าน และก็มีการคุยกันเรื่องสุขภาพ เนื่องจากคุณพ่ออยู่ข้างในไม่ได้ตรวจสุขภาพ”

นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของอดีตนายกฯ แม้ว กล่าวว่า ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการใส่กำไล EM เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว อีกทั้งยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนำมาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กำไล EM ได้ ขอตั้งคำถามว่าการติดกำไล EM ได้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่
นายทักษิณก็พร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมก็ตาม ภายหลังการปล่อยตัวรับการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือนจนกว่าจะครบกำหนดโทษ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย. 69
“ถ้าท่านคิดจะหลบหนีคงไม่มารับโทษ ดังนั้น จึงไม่ควรเอามาตรการติดกำไล EM มาใช้กับท่าน ท่านงง แต่ก็น้อมรับกระบวนการที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา” เมื่อถามว่าการติดกำไล EM เพราะเกรงว่านายทักษิณ จะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ นายวิญญัติ บอกว่า การยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดระบุว่าเป็นข้อห้าม เพราะสิทธิการเมืองคือสิทธิขั้นพื้นฐาน เชื่อว่าในระหว่างคุมประพฤติ 4 เดือน ท่านจะเก็บตัวอยู่บ้าน

จากกรณีปัญหาบัญชีประกันสังคม ที่มีข่าวว่า ลงตัวเลขในบัญชี 2 เล่มไม่ตรงกัน เงินหาย 382 ล้านบาท “รมต.หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้รับรายงานการชี้แจงว่า เรื่องที่ลงบัญชีสองเล่ม ยอดไม่เหมือนกัน ไม่ใช่กรณีเงินกองทุนสูญหาย แต่เป็นข้อขัดข้องทางเทคนิคในการกระทบยอดตัวเลขทางบัญชี ระหว่างระบบบัญชีภายใน (E-Form-GL) กับระบบบัญชีภาครัฐ (New GFMIS Thai) ที่รูปแบบข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ทำให้การลงรายการบางส่วนคลาดเคลื่อน

สำหรับประเด็นความแตกต่างในบัญชีสินทรัพย์ (แจ้งทรัพย์สินราคา 1.3 หมื่นล้าน พอเดินตรวจกลายเป็น 9.5 พันล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่แจ้ง 3.6 พันล้าน) สปส. ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องในการปรับปรุงข้อมูลระหว่างทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และ ระบบ GFMIS ให้เป็นปัจจุบัน โดยสาเหตุจากการบันทึกรายการในระบบ GFMIS ไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากที่ผ่านมามีการลงรายการซ้ำซ้อน หรือบางรายการจำหน่ายออกไปแล้วแต่ระบบยังไม่อัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบรายการทางบัญชี รวมถึงรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบถ้วน กำชับให้หน่วยปฏิบัติงานทั่วประเทศทำการตรวจนับสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง (Physical Count) และปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้องตรงกัน

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง โครงการแลนด์บริดจ์ “รมต.โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี รวมถึง รมว.คมนาคม ให้มาชี้แจงแทน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ต้องพูดคุยเรื่องแลนด์บริดจ์เวลานี้ เพราะเห็นว่าเป็นเวลาที่ใช่ เนื่องจากช่องแคบมะละกาจะแออัดในอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้ามีแลนด์บริดจ์จะประหยัดเวลาการเดินทางข้ามจากอ่าวไทยไปทะเลอันดามัน ประหยัดเวลาในการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาไป 5 วัน ในอดีต สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เคยทำข้อมูล FIRR ต่ำ แต่วันนี้ FIRR ของ สนข. เปลี่ยนไป เป็นบวก และพิจารณาดูแล้วมีความน่าสนใจที่จะลงทุน
“การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) รัฐบาลจะต้องทำให้ครบถ้วน และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้ ขั้นตอนที่ในอนาคตที่เราจะเรียกว่า ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ต้องทำ พ.ร.บ.SEC ก่อน
ที่เป็นข้อกังวลว่าชาวต่างชาติจะถือครองที่ดินเกินกว่าคนไทย ยืนยันว่าจะจัดสรรพื้นที่ให้คนไทยและคนต่างประเทศได้มีโอกาสลงทุน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานรูปแบบใหม่ ส่วนกรณีสัมปทานให้กับชาวต่างชาติ 50 ปี ยืนยันว่าต่างจาก 99 ปี เพราะหากไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข จึงจะมีสิทธิที่จะขอต่อสัญญาได้ และเพื่อให้เกิดความมั่นใจรัฐบาลได้เปิดตั้งกองทุนให้ผู้ได้รับสัมปทานต้องสมทบเข้ากองทุน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ SEC

ที่ทำเนียบรัฐบาล “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ที่ได้เรียกคุยทีมเศรษฐกิจ คือพูดคุยเรื่องการเตรียมความพร้อมที่จะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรอบวงเงินคือ 5 แสนล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งกรอบวงเงินไว้ ส่วนจะใช้จริงเท่าไหร่เดี๋ยวว่ากัน แต่กรอบวงเงินก็แถวๆ นั้น
“รมต.แบต” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า จะเสนอให้ ครม. พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะขยับกรอบวงเงินเพิ่มเป็น 1,000 บาท ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และกลับไปที่ระดับปกติที่ 300 บาท ซึ่งครอบคลุมประมาณ 13.2 ล้านคน ส่วนการโอนเงินงบประมาณปี 69 นั้น เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์เดิมที่ 7-8 หมื่นล้านบาท

อีกเรื่องหนึ่ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีการโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ย้ำว่า หลังจากมีกระแสข่าวโยกย้ายเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน ตนได้ชี้แจงไปแล้วในเรื่องของเหตุผลความจำเป็น แต่จนถึงขณะนี้ นายราเชน ยังพูดถึงสาเหตุถึงการโยกย้ายตำแหน่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และชี้แจงในหลายประเด็นเพื่อพยายามสื่อให้เห็นว่า การที่โดนปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นสาเหตุมาจากกรณีที่หลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารนกแอร์ พยายามติดต่อนายราเชน แต่นายราเชนไม่ให้พบ
“หากเป็นการบริหารจัดการธุรกิจของหลานชาย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผม อย่างไรก็จะสั่งปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานอธิบดีกรมฝนหลวงฯ อยู่ดี เพราะการสั่งโยกย้ายไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวแต่เป็นความเหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องการคนที่มีความสามารถและไฟแรงเข้ามาแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร ณ เวลานี้ ข้าราชการกระทรวงอาจใกล้อายุเกษียณราชการอาจจะใส่เกียร์ว่าง ไม่เต็มที่ต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ในเมื่ออธิบดีกรมฝนหลวงฯ ไม่อนุญาตให้หลานของผมเข้าพบ แล้วจะรู้ได้ไงว่าหลานของผมของานซ่อมเครื่องบิน จากกรมฝนหลวงฯ ที่นายราเชน ให้เหตุผลในเอกสารลาออก ว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้นั้น ขอให้ชี้แจงมาว่าผมไปบีบอะไร ต่อจากนี้หากนายราเชนยังไม่หยุดพาดพิง จะดำเนินการฟ้องคดี และหากเห็นว่ากรณีที่เป็นข่าวไม่เป็นธรรม นายราเชน ก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับผมได้ ยืนยันไม่มีการย้ายล้างบางคนของพรรคการเมืองเดิม”
แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้เกิดจากสาเหตุมีการร้องเรียนถึงการบริหารงานของนายราเชน โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคลที่มีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีเรื่องการใช้เครื่องบินฝนหลวงอำนวยความสะดวกให้พวกพ้อง ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการร้องเรียนการทุจริตองค์การต่างๆ ในโครงการต่างๆ ภายในกรมฝนหลวงฯ มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับก่อสร้างและซ่อมสร้างที่ส่อไปในทางทุจริต.
“ทีมข่าวการเมือง”



