สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่า อินโดนีเซียนำเข้าข้าวจากไทย 91,714 ตัน เมื่อปี 2565 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 42.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,480.85 ล้านบาท)
อย่างไรก็ดี ภายในระยะเวลา 10 เดือนของปีนี้ คือระหว่างเดือน ม.ค.-ต.ค. ที่ผ่านมา ปริมาณการนำเข้าข้าวของอินโดนีเซียจากไทย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 1.05 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 523.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18,351.11 ล้านบาท) ทำให้อินโดนีเซียก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวไทยรายใหญ่ที่สุด ณ เวลานี้ ตามด้วยสหรัฐ แอฟริกาใต้ อิรัก และจีน
ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดโควตาการนำเข้าข้าวไว้ที่ 2.3 ล้านตันสำหรับปีนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาตลาดภายในประเทศ ไม่ให้สูงเกินไป เนื่องจากผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียปีนี้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ
Jeremy Zwinger, president and CEO of The Rice Trader, the organizer of the World's Best Rice contest, announced on Tuesday morning via a press release to Tuoi Tre that the recipient of the World's Best Rice 2023 title is the ST25 rice from #Vietnam.https://t.co/Y4HNMZ2gb0
— Tuoi Tre News (@VietNewsGateway) December 6, 2023
อีกด้านหนึ่ง ผลการประกวด “สายพันธุ์ข้าวดีที่สุดในโลก” ประจำปีนี้ หรือ The World’s Best Rice 2023 ซึ่งจัดโดย “เดอะ ไรซ์ เทรดเดอร์” (The Rice Trader) ระหว่างการประชุมข้าวโลก ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ปรากฏว่า ข้าวสายพันธุ์ เอสที25 (ST25) ของเวียดนาม ได้รับรางวัลข้าวดีที่สุดในโลกประจำปี 2566 เอาชนะพันธุ์ข้าวจากอีกหลายประเทศ ที่ส่งเข้าประกวดรวมราว 30 ตัวอย่าง
ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอีก 2 อันดับ ได้แก่ พันธุ์ข้าวจากกัมพูชา และพันธุ์ข้าวจากอินเดีย โดยไม่มีพันธุ์ข้าวจากไทยผ่านเข้าสู่รอบ 3 อันดับสุดท้าย แม้ข้าวหอมมะลิ 105 ของไทย เคยครองแชมป์สองสมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 2563-2564 ก่อนเสียแชมป์ให้กับข้าวหอมมะลิผกาลำดวนของกัมพูชา เมื่อปี 2565.
เครดิตภาพ : AFP



