นายนารา เกตุสิงห์ เลขาธิการสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีพระวินิจฉัยให้จัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้า รายการ “ปริ้นเซส คัพ ไทยแลนด์ 2023” (Princess’s Cup Thailand 2023) และทรงรับเป็นองค์ประธานอำนวยการ โดยรายการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 7-17 ธ.ค. 66 ที่สนามแข่งขันกีฬาขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้แนวคิด “Enjoy Our Gender Equality Sport with Harmony of Horse and Human” ที่สะท้อนแง่มุมความพิเศษของกีฬาขี่ม้า ซึ่งเป็นกีฬาประเภทเดียว ที่แข่งขันโดยไม่แบ่งแยกเพศ จึงเรียกได้ว่าเป็น “กีฬาแห่งความเท่าเทียม” และยังเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต้องผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับม้าด้วย

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้แบ่งเป็น 2 รายการใหญ่ คือ รายการแรก “เอฟซี ยูธ คัพ 2023” ระหว่างวันที่ 7-10 ธ.ค. ซึ่งสหพันธ์กีฬาขี่ม้านานาชาติ ได้มอบหมายให้ไทยเป็นเจ้าภาพ จัดเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่องของการแข่งขันกีฬาขี่ม้าระดับเยาวชน ในภูมิภาคอาเซียน ในปีที่กีฬาขี่ม้า ไม่ได้บรรจุในซีเกมส์ ส่วนรายการที่ 2 คือ “ปริ้นเซส คัพ ไทยแลนด์ 2023” ระหว่างวันที่ 11-17 ธ.ค. ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มี 5 ประเภท ได้แก่ ศิลปะบังคับม้า, การขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง, อีเวนติ้ง, สุดยอดผู้ดูแลม้า และสุดยอดช่างเกือกม้า มีนักกีฬาจากกัมพูชา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เมียนมา และไทย เข้าร่วม

ส่วนนักกีฬาขี่ม้าตัวแทนเยาชนไทย ได้รับคัดเลือกจากระบบการเก็บคะแนนรายการชิงแชมป์ประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์ของสมาคมขี่ม้าแห่งประเทศไทย ที่ลงแข่งรายการนี้มี 6 คน ประกอบด้วย สุภการ ลียะวณิช, ศุภินันท์ จุลโลบล, ปาณิภา เกษมวุฒิรัช, แพรวอัณณ์ฐา สัจจะ, พิชาวีร์ รัตนพิเชษญ์ชัย และ ศิริวัฒก์ ฐิติพบร่มเย็น



