สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดประกวด Prime minisrer’s Award for Health Promotion Innovation 2023 ในการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับสังคมไทยจากคนรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคม โดยในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 สำหรับการจัดประกวดในปีนี้ สสส. มุ่งเน้นพัฒนาคนรุ่มใหม่โดยแบ่งเป็นนักเรียนระดับมัธยม ระดับอาชีวะศึกษา และประชาชนทั่วไปนำเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนงานสุขภาวะ ซึ่งมีทีมเข้าร่วมประกวดกว่า 250 คน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โลกยุคปัจจุบัน คนไทยให้ความใส่ใจด้านสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น หลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเตรียมพร้อมรับมือเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลต่อการใช้ชีวิต และมุมมองด้านสุขภาพของผู้คนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการดูแลสุขภาพใจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ ใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะ โดยนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เป็นหนึ่งในกลไกที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทำให้สังคมตระหนัก ไม่รอให้ร่างกายเสียแล้วค่อยมาซ่อมสุขภาพ แต่มาสร้างสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อป้องกันโรค ลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ลดการสูญเสียของประเทศ

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม กรรมการกองทุน สสส. และ ประธานอำนวยการจัดประกวดฯ กล่าวว่า ในเรื่องการสนับสนุนงานวิชาการและรังสรรค์นวัตกรรม ผ่านการดำเนินโครงการ และกิจกรรมต่างๆ โดยการประกวดฯ ครั้งนี้ เพื่อจุดประกายนวัตกรที่เข้าร่วม 250 คนทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพตลอด 4 เดือน เช่น การสร้างเสริมสุขภาพ การสร้างความเข้าใจความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ กระบวนการพัฒนานวัตกรรม พัฒนาแผนธุรกิจ ต่อยอดผลงาน และแนวทางสร้างความยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้คำปรึกษาตลอดกิจกรรม เชื่อว่านักเรียน นักศึกษา startup และ ภาคี สสส. ที่ได้เข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ จะเป็นความหวังในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพในอนาคตได้อย่างแน่นอน

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า ในปีนี้มีการประกวดแยกออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่โดยมีการแก้ปัญหาสุขภาพของคนไทย แบ่งเป็นโจทย์ย่อยที่เกี่ยวข้องประเด็นการทำงานของสสส. เช่น เรื่องบุหรี่ สุรา กิจกรรมทางกาย อาหาร สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม และอุบัติเหตุทางถนน โดยมีกลุ่มนักเรียนมัธยมปลาย อาชีวะศึกษา ส่วนในกลุ่มประชาชนทั่วไปและ Startup แบ่งออกเป็นสองกลุ่มย่อย คือกลุ่มต้นแบบนวัตกรรม เป็นกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์ของเขาอยู่แล้วนำมาต่อยอดให้เข้ากับโจทย์ของสสส. และกลุ่ม Startup จะเป็นโจทย์ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

นายรุ่งโรจน์ กรุงเกษม ผู้ก่อตั้ง AiHUB ผู้ชนะเลิศรางวัลประเภทไอเดียนวัตกรรม PM Award 2023 กล่าวว่า ผลงาน AiHelp แพลตฟอร์มกะพริบตาของคนติดเตียง เพื่อสื่อสารกับผู้ดูแล เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง เกิดจากการที่ตัวเองเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยซึ่งเป็นคนในครอบครัว แต่มีปัญหาที่ไม่สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยติดเตียงให้เข้าใจได้ จึงคิดค้นเครื่อ
สื่อสารโดยใช้ Ai จับคำสั่งงานจากการกระพริบตาของผู้ป่วยไม่ว่าจะออกคำสั่งเปิด-ปิดไฟ หรือการสื่อสารไปยังผู้ดูแล เช่น บอกว่าหิว หรือบอกความต้องการก็สามารถส่งคำสั่งไปที่ Line OA ของผู้ดูแลได้ ซึ่งเครื่องสามารถเพิ่มคำสั่งเข้าไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยในอนาคตหวังว่าจะพัฒนานวัตกรรมให้คนทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ
“ตอนนี้สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเวลา เราสามารถประหยัดเวลาได้ประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน เพราะเราไม่จำเป็นต้องเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เราจะมาก็ต่อเมื่อเขาต้องการจริงๆ ”

โดยโครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เริ่มขึ้น ภายใต้ชื่อ ‘ThaiHealth Inno Awards’ ตั้งแต่ปี 2560 สู่การยกระดับเป็นรางวัลระดับชาติ ตลอดระยะเวลา 6 ปี มีทีมส่งผลงานเข้าประกวดจากทั่วประเทศ จำนวน 1,484 ทีม เพาะเมล็ดพันธุ์นวัตกรรุ่นใหม่ เกือบ 6,000 คน พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพกว่า 170 ผลงาน การก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของ สสส. จึงเป็นหมุดหมายที่เหมาะสม ปรับเปลี่ยนบทบาทการทำงานให้ตอบโจทย์กับปัญหาสุขภาพยุคปัจจุบันยิ่งขึ้น สานพลังภาคีหานวัตกรรมใหม่ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าให้สังคมไทยในอนาคต



