นายธีรเดช ดำรงพลาสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ผู้นำธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และผู้ให้บริการที่ปรึกษาวางแผนการตลาดดิจิทัล เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา บริษัทเติบโตถึง 30% มีรายได้จำนวน 2,000 ล้านบาท เกินเป้าที่วางไว้ 10% และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะมีรายได้ 2,200 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากธุรกิจเริ่มกลับมาใช้จ่ายใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 และธุรกิจมีการเทคโลโลยีมาช่วยยกระดับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น บิ๊ก ดาต้า ปัญญาประดิษฐ์ และโซลูชั่นของแพลตฟอร์มต่างๆ
สำหรับในปี 67 บริษัท เตรียมรุกตลาดต่อเนื่อง ด้วยการ รีเฟรซ แบรนด์ ด้วยการนำเเสนอโซลูชั่นใน 3 บิสสิเนสยูนิต ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ด้วยบิ๊กดาต้า สื่อโฆษษณาครบวงคร และ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ด้วยการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ แมชชีน เลิรน์นิง และเฟิรส์ ปาร์ตี้ ดาต้า แบบ 720 องศา โดยการวางแนวทางไว้ 2 ประการ คือ 1.เพิ่มศักยภาพของทุกธุรกิจด้วย เอไอเพื่อใช้วิเคราะห์และพยาการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค และช่วยวางกลยุทธ์ในการดำเนินงาน และ 2. นำเสนอนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรม โดยบริษัทจะมีการลงทุนใน เทคโนโลยีใหม่ๆ พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมและความต้องการของลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายว่าในปีหน้า บริษัทจะรักษาการเติบโตได้ 30% เท่ากับปีนี้
นายวรภัทร งามเจตวรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Business Analytics & Development บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจ Business Analytics & Development สามารถสร้างการเติบโตได้เกินเป้าหมาย โดยคว้าลูกค้าใหม่มาได้กว่า 20 แบรนด์ ด้วยศักยภาพของบริการ Business Analytics as a Service – Powered by AI Engine ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจให้กับลูกค้า ทั้งช่วยเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยง ซึ่งในปี 2567 เรายังคงมุ่งโฟกัสไปที่ธุรกิจใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ค้าปลีก ธุรกิจสื่อ การเงิน ประกันฯ และยานยนต์

โดยคาดการณ์ว่า ความต้องการบริการด้านวิเคราะห์ดาต้าเชิงลึกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากธุรกิจต่างๆ เริ่มเห็นถึงข้อได้เปรียบของการใช้ดาต้าเชิงลึกมาเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจกันมากขึ้น บริษัทฯ จึงต้องเร่งสร้าง Use Cases ที่ตรงจุดและเฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้บริการของเอ้ก ดิจิทัล สามารถเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย สร้างความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ด้านการวิเคราะห์ใหม่ๆ หลากหลายรูปแบบจากการผสานความเข้าใจเชิงลึกด้านธุรกิจ (Business Expertise), ด้านเทคนิค (Data Science – AI, ML), การจัดการข้อมูล (Data Engineer), และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Mega Data – 360, 720) ให้กับลูกค้า เราวางแผนจะขยายกลุ่มเป้าหมายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
โดยปีหน้าจะเริ่มรุกกลุ่มธุรกิจในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานเป็นตลาดพื้นที่แรก เนื่องจากธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงของประเทศทั้งเชิงยุทธศาสตร์ศักยภาพการเติบโต และสัดส่วนจำนวนประชากร รวมถึงต่อยอดธุรกิจในมาเลเซียให้สอดคล้องกับสภาพตลาดแนวโน้มในประเทศ รวมถึงโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสามารถเป็นรากฐานในการขยายบริการไปยังประเทศต่างๆ ตามแผนต่อไป”
นายชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Insights-led Omnichannel Media บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เรากระตุ้นตลาดด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ทุกไตรมาส โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือ บริการสื่อนอกบ้าน หรือ Shoppers’ Digital Screen และเน้นนำเสนอบริการสื่อโฆษณาแบบ O2O2O (Online to Out-of-Home to On-Shelf) โดยเอ้ก ดิจิทัล เป็นรายแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ใช้บิ๊กดาต้า, AI, ML และ Intelligent O2O2O Media Solution มาผสานการทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนบิ๊กดาต้าเป็นข้อมูลเชิงลึก วางกลยุทธ์การสื่อสาร สร้างสรรค์ครีเอทีฟดีไซน์ และคอนเทนต์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งเราสามารถช่วยแบรนด์ต่าง ๆ ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย โปรโมทสินค้า ฯลฯ ผ่านการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอตลอดเส้นทาง ตั้งแต่สร้างการรับรู้ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และการตอบสนองไปจนถึงปิดการขาย ส่งผลให้เราสามารถเพิ่มปริมาณการใช้สื่อและคว้าลูกค้าใหม่ได้ถึง 37 แบรนด์ จากที่มีฐานลูกค้าเดิมกว่า 200 แบรนด์
สำหรับแนวโน้มตลาดในปี 67 มีความท้าทายที่การใช้สื่อโฆษณาจะไม่ใช่แค่การสร้างการรับรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างการตอบสนองต่อโฆษณาและการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ไปพร้อมกัน เพื่อช่วยเจ้าของแบรนด์ปิดการขาย ณ จุดขายได้ จึงเชื่อว่าการเชื่อมระหว่างสื่อ Personalized Online กับสื่อ On-Shelf และกิจกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สาขาจะเข้ามามีบทบาทและกระตุ้นการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงจะคว้าโอกาสทางธุรกิจนี้ด้วยการขยายพื้นที่และแพลตฟอร์มสื่อ พร้อมผนวกบิ๊กดาต้าใหม่เข้าไปในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเจาะลึกอินไซต์ผู้บริโภคได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมช่วย แบรนด์ให้เข้าถึง Omni-Customers ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส.รัฐธีร์ เจริญรัตน์วรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ แพลตฟอร์ม และ มีเดีย โซลูชั่น กล่าวว่า ในปีนี้ ได้รุกตลาดใหม่ๆ ทั้งภาคธุรกิจสุขภาพและความงาม พลังงาน แฟชั่น การท่องเที่ยว และหน่วยงานภาครัฐจึงจึงทำให้บริษัทเติบโต เกินเป้าหมาย โดยได้ลูกค้าใหม่กว่า 100 แบรนด์ โดยจากข้อมูลบริษัทอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงสุดคือ สุขภาพและความงามสูงกว่า 404% แฟชชั่น เติบโต 264% ท่องเที่ยว 84% ประกันภัย 32% และภาครัฐ เติบโต 25% เนื่องจากผู้บริโภคใช้เวลาบนโซเซียลมีเดียต่างๆมากขึ้นประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน และใช้หลากแพลตฟอร์ม และแบรนด์ต่างๆ มีการใช้ บิ๊กดาต้า เอไอ และ แมชชีน เลิรน์นิ่ง ในการทำธุรกิจ และสร้างกิจกรรมการตลาด เพื่อช่วยให้แบรนด์ เพิ่มยอดขายและประสิทธิภาพในการทำธุรกิจได้มากขึ้น.



