สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่าข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีของประเทศพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ตอกย้ำให้เห็นว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
US consumer inflation increased at its fastest pace in three years in May as the Middle East conflict raised the price of gasoline and other energy products, giving more ammunition for the Federal Reserve to keep interest rates unchanged into 2027 https://t.co/Kb7dVkdFPe pic.twitter.com/t9pVKvVccf
— Reuters (@Reuters) June 10, 2026
ทั้งนี้ ราคาสินค้าในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบแบบรายเดือน โดยมีปัจจัยผลักดันสำคัญมาจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นคิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของการเพิ่มขึ้นในรายเดือนทั้งหมด
ในส่วนของแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้นเพียง 0.2% จากเดือนเม.ย. ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีส่วนนี้อยู่ที่ 2.9%
Reporter: Are you concerned, Mr. President, about the latest inflation number which came out this morning?
— Acyn (@Acyn) June 10, 2026
Trump: No, I love it. I love the inflation. pic.twitter.com/vktX6C9lbk
ข้อมูลเงินเฟ้อประจำเดือนพ.ค. ตอกย้ำถึงความกังวลเรื่องค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้
แม้ภาพรวมของราคาสินค้าจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเท่ากับระหว่างเดือนมี.ค.-เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานับเป็นช่วงที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเร็วที่สุด นับตั้งแต่ระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. 2565
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถิติที่ออกมาเพียงว่า “ไม่กังวล”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



