สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่าข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐระบุว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีของประเทศพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับ 4.2% เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 3 ปี ตอกย้ำให้เห็นว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ


ทั้งนี้ ราคาสินค้าในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบแบบรายเดือน โดยมีปัจจัยผลักดันสำคัญมาจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นคิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของการเพิ่มขึ้นในรายเดือนทั้งหมด

ในส่วนของแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้นเพียง 0.2% จากเดือนเม.ย. ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีส่วนนี้อยู่ที่ 2.9%


ข้อมูลเงินเฟ้อประจำเดือนพ.ค. ตอกย้ำถึงความกังวลเรื่องค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้

แม้ภาพรวมของราคาสินค้าจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเท่ากับระหว่างเดือนมี.ค.-เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานับเป็นช่วงที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเร็วที่สุด นับตั้งแต่ระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. 2565

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถิติที่ออกมาเพียงว่า “ไม่กังวล”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES