เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีน้ำเข้าอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) บริเวณอุโมงค์ฝั่งด้านใต้ (South Bound) จุดบ่อพักน้ำ (Sump Pit) ที่อยู่ใต้อุโมงค์ทางวิ่ง บริเวณปลายถนนประชาธิปกเข้าสู่วงเวียนใหญ่ (มาจากสะพานพุทธฯ) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสัญญาที่ 4 งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน ช่วงสะพานพุทธ–ดาวคะนอง ระยะทาง 4.1 กิโลเมตร (กม.) โดยมีบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า เมื่อช่วงสายของวันที่ 8 ก.ค. 2569 พบน้ำใต้ดิน ซึ่งระดับน้ำใต้ดินสูงกว่าอุโมงค์ประมาณ 20 เมตร รั่วซึมเข้ามาที่บริเวณฐานของบ่อพักน้ำที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ อาจมี Defect ทำให้เกิดน้ำใต้ดินที่มีแรงดันเข้ามาตามรอยแยก โดยช่วงบ่ายถึงเย็นมีปริมาณน้ำไหลเข้ามามากขึ้น เกินกว่าอัตราการสูบน้ำออก ส่งผลให้มีน้ำท่วมขัง ต้องปรับเพิ่มอัตราการสูบเป็น 100 ลบ.ม./ชม. และช่วงดึกผู้รับจ้างได้เริ่มดำเนินการ Grouting ดินบริเวณรอบบ่อพัก เพื่อลดปริมาณน้ำใต้ดิน และปรับระดับแรงดันน้ำให้มีความสมดุล (Balance) สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และปรับอัตราการสูบน้ำเหลือ 50 ลบ.ม./ชม. ควบคู่กับการ Grouting ดินบริเวณโดยรอบบ่อพักเพิ่มเติม (คาดใช้เวลาดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์) และติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดการทรุดตัวของอาคารร้างสีขาว และอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้ โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตามวัดระยะการทรุดตัวเป็นประจำ
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำรั่วซึมเข้ามาในบ่อพักลดน้อยลง และผู้รับจ้างได้ดำเนินการฉีดคอนกรีตผสมสารเกาะตัว (Grouting) ในดินที่อยู่ใต้พื้นถนน เพื่อลดปริมาณน้ำใต้ดินเข้าสู่บ่อพัก และดำเนินการสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลแรงดันน้ำกับผนังอุโมงค์ ทั้งนี้จากการตรวจวัดการทรุดตัวของอาคารร้าง และอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้เคียง ไม่พบการทรุดตัวของอาคารที่มีนัะสำคัญ อย่างไรก็ตาม อาคารร้างดังกล่าวได้มีการทรุดตัวของอาคารมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จึงต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ขร.ได้กำชับให้ รฟม. และผู้รับจ้างก่อสร้างดำเนินการเฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดรอบด้าน พร้อมเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ทั้งนี้เหตุดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า และย้ำว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนต้องยึดหลักมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการในอนาคตต่อไป.



