สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่ากองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่ากลุ่มฮามาสยิงจรวดออกจากบริเวณเต็นท์ ภายในพื้นที่ซึ่งเป็น “เขตปลอดภัย” สำหรับชาวปาเลสไตน์ และอีกจุดหนึ่งคือสำนักงานชั่วคราวของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ในเมืองราฟาห์ ที่อยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา โดยจรวดบางลูกตกในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงรุกคืบเมืองข่าน ยูนิส ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของฉนวนกาซา หลังสามารถควบคุมสถานการณ์ในภาคเหนือของฉนวนกาซาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และยืนยันว่า มีการเปิดทางให้ขบวนรถลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น ผ่านจากภาคใต้เข้าสู่ภาคเหนือของฉนวนกาซามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสประกาศ “ภาวะอดอยาก” ในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา โดยประณามอิสราเอลปิดกั้นความช่วยเหลือ ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่บริเวณนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา และกลุ่มฮามาสร่วมด้วยเครือข่ายยิงจรวดตอบโต้กับกองทัพอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่า กองทัพอิสราเอลกระจายกำลังทหารทั่วทุกพื้นที่ในฉนวนกาซาแล้ว และการสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด
นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา มีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสียชีวิตแล้วมากกว่า 17,000 ราย ส่วนในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ราย นอกจากนั้น กลุ่มฮามาสยังมีตัวประกันอีก 138 คน จากจำนวนดังกล่าว 8 คนเป็นพลเมืองไทย
ด้านสหรัฐออกมาเตือนอิสราเอลมากขึ้น ให้หาทางลดการเสียชีวิตของพลเรือนในฉนวนกาซา มิเช่นนั้น อิสราเอลอาจเป็นฝ่ายเผชิญกับ “ความพ่ายแพ้เชิงกลยุทธ์”.
เครดิตภาพ : AFP



