สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่าทางการจังหวัดบันดาอาเจะห์ ที่อยู่ทางเหนือสุดของเกาะสุมาตรา ทางเหนือสุดของอินโดนีเซีย รายงานว่า เรือโดยสาร 2 ลำ ชาวโรฮีนจารวมมากกว่า 300 คน ลอยมาเกยตื้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายชาวโรฮีนจาราว 135 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว


ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาเพียงประมาณ 1 เดือน มีชาวโรฮีนจาล่องเรือมาขึ้นฝั่งที่อินโดนีเซียแล้วมากกว่า 1,200 คน ตามข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) จุดชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านของประชาชนในพื้นที่แล้วหลายครั้ง ซึ่งไม่ต้องการให้มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาอาศัยอยู่ในพื้นที่

หญิงชาวโรฮีนจาอุ้มบุตรชาย ยืนมองเรือโดยสารซึ่งเกยตื้นฝั่ง ที่จังหวัดบันดาอาเจะห์ของอินโดนีเซีย


ขณะที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ให้ความเห็นเกี่ยวกับ สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในบังกลาเทศ และภาวะวิกฤติในเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญกับการสู้รบรอบใหม่ ระหว่างกองทัพกับกลุ่มนักรบชาติพันธุ์ เป็นแรงผลักดันให้มีการอพยพ


อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวว่า เครือข่ายค้ามนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้


อนึ่ง อินโดนีเซียถือว่า ชาวโรฮีนจาไม่ใช่พลเมือง จึงไม่สามารถให้อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศได้ แม้ในฐานะผู้ลี้ภัยก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลจาการ์ตาไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ฉบับปี 2494 หมายความว่า แม้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม แต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีสถานะ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย” ตามกฎหมายของอินโดนีเซีย.

เครดิตภาพ : AFP