สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ผู้นำปาปัวนิวกินี กล่าวว่า แม้ปาปัวนิวกินีเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกของหมู่เกาะแปซิฟิก ที่เข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ของจีน เมื่อปี 2561 อย่างไรก็ตาม ปาปัวนิวกินี “จะไม่หลับหูหลับตา” รับความช่วยเหลือจากจีน โดยทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดจากกระทรวงการคลัง “ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างสมเหตุสมผล”

มาราเปกล่าวต่อไปว่า ปาปัวนิวกินีต้องการการลงทุนอย่างมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในเวลาเดียวกัน ปาปัวนิวกินีต้องการ การลงทุนที่เท่าเทียมและเป็นธรรมเช่นกัน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทจีนหลายแห่งทุ่มลงทุนมหาศาลในปาปัวนิวกินี ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้างโรงเรียน ทางหลวง และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ผู้นำปาปัวนิวกินีเน้นย้ำว่า จะไม่มีการอนุมัติโครงการพัฒนาใดก็ตามที่จะต้องอาศัยทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่เสนอสินเชื่อและดอกเบี้ย “ที่มีอัตราต่ำอย่างเหมาะสม”

การแสดงทรรศนะดังกล่าวของมาราเปเกิดขึ้น ท่ามกลางรายงานว่า ตองกาซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และเข้าร่วมโครงการบีอาร์ไอเช่นกัน กำลังเป็นหนี้จีนมากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,635.80 ล้านบาท) คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

อนึ่ง ออสเตรเลียและปาปัวนิวกินีเพิ่งลงนามร่วมกัน ในข้อตกลงส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ การขัดขวางการค้ายาเสพติด และความรุนแรงระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในปาปัวนิวกินี โดยรวมถึงการที่ออสเตรเลีย “จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น” กับกระบวนการตำรวจและงานด้านยุติธรรมของปาปัวนิวกินี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES