สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ผู้นำปาปัวนิวกินี กล่าวว่า แม้ปาปัวนิวกินีเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศแรกของหมู่เกาะแปซิฟิก ที่เข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ของจีน เมื่อปี 2561 อย่างไรก็ตาม ปาปัวนิวกินี “จะไม่หลับหูหลับตา” รับความช่วยเหลือจากจีน โดยทุกโครงการต้องผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดจากกระทรวงการคลัง “ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างสมเหตุสมผล”
มาราเปกล่าวต่อไปว่า ปาปัวนิวกินีต้องการการลงทุนอย่างมาก เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในเวลาเดียวกัน ปาปัวนิวกินีต้องการ การลงทุนที่เท่าเทียมและเป็นธรรมเช่นกัน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทจีนหลายแห่งทุ่มลงทุนมหาศาลในปาปัวนิวกินี ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้างโรงเรียน ทางหลวง และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
China stands ready to continue to work with Papua New Guinea to expand practical cooperation in various fields within the framework of the BRI on the basis of mutual respect and equal consultation, and to promote common development, Chinese FM spokesperson said, noting that Papua… pic.twitter.com/BrYoax2FIK
— Global Times (@globaltimesnews) December 11, 2023
ทั้งนี้ ผู้นำปาปัวนิวกินีเน้นย้ำว่า จะไม่มีการอนุมัติโครงการพัฒนาใดก็ตามที่จะต้องอาศัยทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่เสนอสินเชื่อและดอกเบี้ย “ที่มีอัตราต่ำอย่างเหมาะสม”
การแสดงทรรศนะดังกล่าวของมาราเปเกิดขึ้น ท่ามกลางรายงานว่า ตองกาซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และเข้าร่วมโครงการบีอาร์ไอเช่นกัน กำลังเป็นหนี้จีนมากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,635.80 ล้านบาท) คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
Australia and Papua New Guinea share a very special relationship. pic.twitter.com/xDgcZsfVmF
— Anthony Albanese (@AlboMP) December 7, 2023
อนึ่ง ออสเตรเลียและปาปัวนิวกินีเพิ่งลงนามร่วมกัน ในข้อตกลงส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ การขัดขวางการค้ายาเสพติด และความรุนแรงระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในปาปัวนิวกินี โดยรวมถึงการที่ออสเตรเลีย “จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น” กับกระบวนการตำรวจและงานด้านยุติธรรมของปาปัวนิวกินี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



