อเล็กซานเดอร์ ทสเวตคอฟ นักอุทกวิทยาจากรัสเซีย โดนจับกุมและคุมขังเมื่อเดือน ก.พ. 2566 หลังจากที่ระบบ “เอไอ” ระบุว่าใบหน้าของเขาตรงกับใบหน้าของฆาตกรในคดีเก่าเมื่อ 20 ปีถึง 55%
ทสเวตคอฟ เป็นนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันศึกษาชีวภาพของแหล่งน้ำภายในประเทศ ในความดูแลของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซีย เขาต้องตกอยู่ภายใต้ฝันร้ายมากว่า 10 เดือน โดยเขาโดนควบคุมตัวหลังจากลงจากเครื่องบินในขากลับจากการเดินทางไปทำงานที่เมืองคราสโนยาร์สก์
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ระบบเอไอระบุว่า ทสเวตคอฟ คือฆาตกรจากคดีฆาตกรรมหลายศพที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
ทีมสืบสวนกล่าวหาว่า ทสเวตคอฟและผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาสังหารคนอย่างน้อย 2 คนในเขตกรุงมอสโกเมื่อเดือน ส.ค. 2545 โดยที่ไม่สนใจคำให้การของนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่รับรองว่า ทสเวตคอฟ อยู่กับพวกเขาในระหว่างที่เกิดเหตุฆาตกรรม เพราะมั่นใจในโปรแกรมระบุตัวคนร้ายด้วย “เอไอ” ของรัฐ ซึ่งชี้ว่า ใบหน้าของ ทสเวตคอฟ มีความคล้ายคลึงกับใบหน้าของฆาตกรที่ร่างขึ้นตามคำให้การของพยานเมื่อ 20 ปีก่อนถึง 55%

ฆาตกรรมที่ ทสเวตคอฟ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เกิดขึ้นเมื่อเดือนส.ค. 2545 เริ่มจากการทะเลาะวิวาทระหว่างชายคนหนึ่งกับผู้ต้องสงสัย 2 คนซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาและลงมือสังหารชายคนดังกล่าว หลังจากนั้น ในคืนเดียวกัน พวกเขาก็ออกไปปล้นทรัพย์หญิงวัย 64 ปี ตามด้วยการใช้ข้ออ้างขอเช่าอพาร์ตเมนต์ บุกเข้าไปทำร้ายและฆ่าหญิงสาวอีกคนพร้อมกับแม่วัย 90 ปีของเธอ
ผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนหนึ่งในคดีนี้รับสารภาพและชี้ตัว ทสเวตคอฟ แต่คำให้การของเขามีปัญหาหลายจุด เช่น เขาอ้างว่า ทสเวตคอฟ เป็นคนจรจัดที่อยู่กับเขาในมอสโก มีนิสัยชอบดื่มเหล้าและสุบบุหรี่วันละซอง แต่ในความเป็นจริง ทสเวตคอฟ ไม่ใช่คนจรจัด ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่เพราะเขามีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับปอด
ผู้สมรู้ร่วมคิดรายนี้ยังอ้างว่า ทสเวตคอฟ มีรอยสักคล้ายวงแหวนรอบนิ้ว และรอยสักลวดลายแบบเคลติกที่มือซ้าย ขณะที่ญาติใกล้ชิดของ ทสเวตคอฟ ยืนยันว่าเขาไม่เคยสักลายลงบนร่างกาย
นอกจากนี้ เพื่อนนักวิจัยของ ทสเวตคอฟ หลายคนก็ให้การยืนยันว่าเขาอยู่กับพวกตนระหว่างเกิดเหตุฆาตกรรม ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ไกลจากที่เกิดเหตุหลายร้อยกิโลเมตร แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคดีกลับไม่สนใจคำให้การเหล่านี้
ทสเวตคอฟ โดนบังคับให้เขียนข้อความรับสารภาพ ซึ่งต่อมาเขาก็ขอถอนคำสารภาพนั้น รวมทั้งโดนจับขังคุกเป็นเวลา 10 เดือน ขณะที่ครอบครัวของเขาต้องวิ่งเต้นเพื่อหาทางช่วยเหลือ
แหล่งข่าวท้องถิ่นของรัสเซียหลายแห่งระบุว่า ทั้งที่มีหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่า ทสเวตคอฟ ไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม แต่เจ้าหน้าที่ของรัสเซียกลับเชื่อมั่นในโปรแกรมเอไอมากกว่า
ข่าวของ ทสเวตคอฟ กลายเป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ของสำนักข่าวรัสเซีย พร้อมกันนั้นได้มีการตั้งแคมเปญเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเขา รวมไปถึงมีข่าวลือว่า ประธานาธิบดีปูติน ได้ลงมาแทรกแซงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ผู้เคราะห์ร้ายได้รับการปล่อยตัวเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ข้อหาต่าง ๆ ที่ตำรวจตั้งให้เขา ก็ยังไม่มีการยกเลิก จึงเท่ากับ ทสเวตคอฟ ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอยู่ดี
ที่มาและเครดิตภาพ : odditycentral.com



