สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า เล่อเล่อ แพนด้าตัวแรกที่เกิดในสิงคโปร์ ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งสุดท้าย ที่อุทยานสัตว์ป่าริเวอร์ วันเดอร์ส จากนั้นมันจะถูกกักตัวเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนออกเดินทางไปยังเมืองเฉิงตู ในจีน

ผู้เยี่ยมชมหลายสิบคนเข้าแถวเพื่อดูเล่อเล่อ ในขณะที่มันเดินไปรอบ ๆ กรง และกินไม้ไผ่กับแท่งแครอต ที่ผู้ดูแลซ่อนไว้ใต้เครื่องบินกระดาษ และในกระเป๋าเดินทางที่ทำมาจากกระดาษแข็ง

นางลูซิลลา เตียว วัย 61 ปี ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็น “คนคลั่งไคล้แพนด้า” และ “คุณป้าของเล่อเล่อ” กล่าวว่า เธอเฝ้าดูมันเติบโตมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่มันยังตัวเล็ก จนมีน้ำหนักมากถึง 73 กิโลกรัม

“แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่หวานอมขมกลืน เพราะฉันหวังว่ามันจะอยู่ที่นี่นานกว่านี้ แต่ฉันก็รู้สึกว่า มันมีบทบาทในการอนุรักษ์แพนด้า และการกลับไปยังจีนนั้นมีความสำคัญ ฉันหวังว่ามันจะโตขึ้นอีกสักหน่อย กลายเป็นทูตแพนด้า และกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนกับพ่อแม่ของมัน” เตียว กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เล่อเล่อ เกิดเมื่อปี 2564 ผ่านการผสมเทียม หลังจาก “ข่ายข่าย” และ “เจียเจีย” พ่อแม่ของมัน ไม่สามารถผสมพันธุ์ตามธรรมชาติได้ ซึ่งภายใต้ข้อตกลงการยืมตัวแพนด้า สิงคโปร์จะต้องส่งลูกของพวกมันให้กับจีน เมื่อลูกแพนด้าเติบโตได้ด้วยตัวเอง เพื่อเข้าร่วมโครงการเพาะพันธุ์แพนด้าของประเทศ

The Straits Times

ด้านผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า การสืบพันธุ์ของแพนด้า ไม่ว่ามันจะอยู่ในที่กักขัง หรือในป่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เนื่องจากมีแพนด้าเพียงไม่กี่ตัวที่พร้อมผสมพันธุ์ และพวกมันไม่รู้วิธีผสมพันธุ์ ยิ่งไปกว่านั้น ระยะเวลาสำหรับการปฏิสนธิของแพนด้าก็มีน้อยเช่นกัน โดยแพนด้าตัวเมียจะมีอาการติดสัดปีละหนึ่งครั้ง ภายในเวลาประมาณ 24-48 ชั่วโมงเท่านั้น

ตามข้อมูลขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) แพนด้ายักษ์ในปัจจุบันมีประมาณ 1,860 ตัวตามธรรมชาติ และมีอีกประมาณ 600 ตัว อยู่ในศูนย์แพนด้า, สวนสัตว์ และอุทยานสัตว์ป่าหลายแห่งทั่วโลก.

เครดิตภาพ : AFP