นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลัง ให้การต้อนรับ นายคริสตอฟ ฮันเซน (Christophe Hansen) กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและพัฒนาชนบทแห่งสหภาพยุโรป พร้อมคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยในโอกาสเข้าหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและสหภาพว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน การดูแลสิ่งแวดล้อม การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของสหภาพยุโรป
ในโอกาสดังกล่าว ฝ่ายสหภาพยุโรปได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ทั้งดิน น้ำ และระบบนิเวศ เพื่อรองรับการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรและปุ๋ยแร่ ตลอดจนการส่งเสริมระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ฝ่ายสหภาพยุโรปเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์โลก วิกฤตราคาพลังงานและปุ๋ย ตลอดจนมาตรการทางการค้า กำลังส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก จึงเห็นว่าประเทศที่มีแนวคิดและมาตรฐานด้านการผลิตอาหารในทิศทางเดียวกันควรเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) ในประเด็นมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) เพื่อยกระดับการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน โดยเห็นพ้องที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายร่วมหารือในประเด็นดังกล่าว ควบคู่กับการใช้ประโยชน์ของกลไกการหารือระหว่างสองฝ่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมต่อไป
“การหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและสหภาพยุโรป ทั้งในมิติการค้า การวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการหารือในรายละเอียดภายใต้กฎหมายและเงื่อนไขของไทยอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการคำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยเป็นหัวใจสำคัญ ควบคู่กับการขับเคลื่อนความร่วมมือทางการค้าและการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างทั้งสองฝ่าย” นายวัชระพล กล่าว
สำหรับสหภาพยุโรป ถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของไทย โดยในปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปมูลค่ากว่า 28,369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.08% จากปีก่อนหน้า ขณะที่สินค้าเกษตรและอาหารไทยยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ทั้งยางพารา อาหารทะเล ผลไม้ ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ซึ่งได้รับความนิยมในตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร และยางพาราไปยังสหภาพยุโรป มูลค่ากว่า 117,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.26% สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพสินค้าเกษตรไทย ท่ามกลางการปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานการค้าสีเขียวของโลก
—



