สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. โดยอ้างข้อมูลจากสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง ว่านายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่แห่งหนึ่งในประเทศ เพื่อสังเกตการณ์การทดสอบประสิทธิภาพของขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) “ฮวาซอง-18” ซึ่งเป็นการแสดงศักยภาพและประสิทธิภาพ กองกำลังนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือ
ทั้งนี้ ไอซีบีเอ็มสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร และสามารถทำลายเป้าหมายจำลองได้อย่างแม่นยำ สร้างความพึงพอใจในระดับสูงสุดให้กับท่านผู้นำ ซึ่งกล่าวว่า “เป็นการส่งสัญญาณถึงกองกำลังที่เป็นศัตรู”
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว นายคิมกล่าวว่า สถานะการเป็นรัฐนิวเคลียร์ของประเทศนั้น “ไม่สามารถต่อรองและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” และรัฐบาลเปียงยาง “มีความชอบธรรม” ที่จะปฏิบัติการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ “เพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเองจากภัยคุกคาม” และเกาหลีเหนือจะไม่มีทางปลดและมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานใด “แม้ต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่องไปอีก 100 ปีก็ตาม”
อนึ่ง นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ ซึ่งเกาหลีเหนือยิงไอซีบีเอ็ม และเป็นสถิติการยิงขีปนาวุธนำวิถีระยะไกล มากที่สุดภายในปีเดียวของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งทดสอบไอซีบีเอ็ม “ฮวาซอง-15” และ “ฮวาซอง-17” เมื่อเดือน ก.พ. และ มี.ค. ที่ผ่านมา ตามด้วยการทดสอบ “ฮวาซอง-18” สองครั้งก่อนหน้านั้น เมื่อเดือน เม.ย. และเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
New photos of North Korea's solid-fuel ICBM test, published in the Rodong Sinmun Tuesday morning pic.twitter.com/wiJW6umtLS
— NK NEWS (@nknewsorg) December 18, 2023
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยางเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังกลุ่มที่ปรึกษานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือไตรภาคีระหว่างสหรัฐ กับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จัดการประชุมร่วมกันเป็นครั้งที่สองในปีนี้ โดยที่ประชุมเห็นพ้อง การกำหนดแนวทางปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการวางแผนและดำเนินงาน เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ ซึ่งต้องมีการแบ่งปันร่วมกัน ภายในช่วงกลางปี 2567 รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลนิวเคลียร์ตามเวลาจริง
ขณะเดียวกัน เนื้อหาจากแถลงการณ์ของกลุ่มที่ปรึกษานิวเคลียร์ระบุด้วยว่า หากเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีด้วยนิวเคลียร์รูปแบบใดก็ตามต่อเกาหลีใต้ การตอบสนองจากพันธมิตรของรัฐบาลโซล “จะเป็นไปอย่างรวดเร็วและจริงจัง” ยิ่งไปกว่านั้น หากรัฐบาลเปียงยางเปิดฉากโจมตีสหรัฐ นั่นหมายถึง “จุดจบของตระกูลคิม”.
เครดิตภาพ : AFP






