เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ร่วมแถลงข่าวผลงาน ”99 วัน 9 เรื่องเด่น“ โครงการสำคัญเร่งด่วน พร้อมขับเคลื่อนโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม ตามนโยบาย Quick win โดยนายสุริยะ กล่าวว่า ในช่วง 99 วันที่ผ่านมา มี 9 โครงการเด่นที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการ และผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1. ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.66 นำร่องในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – คลองบางไผ่ และโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง(รถไฟฟ้าสายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – รังสิต และช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน

2. การเปิดใช้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.66 เพื่อสนับสนุน และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมถึงรองรับเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เดินทางมา จ.เชียงใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องง, 3. เปิดอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 (SAT-1) พร้อมทั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติเชื่อมต่อระหว่างอาคาร SAT-1 กับอาคารผู้โดยสารหลัก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) ตั้งแต่เดือน ก.ย.66 ทำให้ ทสภ. รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นจาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี, 4. เร่งรัดการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) เตรียมเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี 2 เส้นทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 67 คือ สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) ช่วงปากช่อง – ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 77 กิโลเมตร(กม.) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ช่วงนครปฐม ฝั่งตะวันตก – กาญจนบุรี ระยะทาง 51 กม.

ขณะเดียวกันยังเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ เส้นทางนครปฐม – ชุมพร และได้เปิดให้บริการทางคู่ ช่วงสถานีบ้านคูบัว จ.ราชบุรี ถึงสถานีสะพลี จ.ชุมพร ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.66 เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยไม่ต้องเสียเวลารอหลีกขบวนรถอีกต่อไป, 5. การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ 29 ท่า ซึ่งปรับปรุงเสร็จแล้ว 9 ท่า อยู่ระหว่างปรับปรุงและก่อสร้าง 5 ท่า ส่วนที่เหลืออีก 15 ท่า จะปรับปรุงต่อเนื่องต่อไป, 6. เดินหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย – อันดามัน (Landbridge) ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มประชาสัมพันธ์ และรับฟังความคิดเห็นโครงการจากนักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) แล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ในปี 67 เตรียม Road Show ในประเทศจีน ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง และประเทศในยุโรปด้วย ก่อนเปิดประมูลปี 68 โดยที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก

7. การปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมัน (สันดาป) เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจพิจารณาเปลี่ยนรถยนต์สันดาปที่หมดอายุสัญญาเช่าให้เป็นรถยนต์ EV, 8.โครงการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ การพัฒนาทาาอากาศยานภูเก็ต (ระยะที่ 2) คาดว่าจะเปิดบริการปี 72, โครงการก่อสร้างขยายช่องจราจร ทล.4027 ช่วง บ.พารา – บ. เมืองใหม่, โครงการทางพิเศษ สายกระทู้ – ป่าตอง, การพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 จ.พังงา, โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 (ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง) คาดว่าจะเปิดบริการเดือน ธ.ค.74 และ 9.การปราบส่วยทางหลวง และแก้ปัญหาการทุจริต

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า รู้สึกพอใจกับผลการดำเนินงานในช่วง 99 วันที่ผ่านมา แต่จะให้คะแนนตัวเองเท่าใดนั้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และจะแถลงผลงานอีกครั้งช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ สำหรับผลงานชิ้นโบว์แดงมองว่า เป็นโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพราะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน ขณะนี้กำลังเร่งหารือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ใช้นโยบายดังกล่าวกับรถไฟฟ้าทุกสายให้ได้ภายใน 2 ปี มั่นใจว่าทำได้แน่นอน โดยปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างผลักดัน พรบ.ตั๋วร่วม และคาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ในช่วงประมาณต้นปี 67

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่สามารถบังคับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ให้ลดราคาลงได้ เพราะมีสัญญาสัมปทานที่ลงนามไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงต้องพยายามหาแนวทางที่จะนำเงินไปจ่ายชดเชยให้เอกชน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เบื้องต้นจะใช้เงินชดเชยประมาณ 7-8 พันล้านบาทต่อปี โดยใน พรบ.ตั๋วร่วม จะกำหนดให้มีการจัดตั้งเป็นกองทุนตั๋วร่วม นำเงินมาจากหลายส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุน อาทิ ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน และการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาแนวทางอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น เฉพาะสถานีน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนจะเป็นเท่าใดอยู่ระหว่างพิจารณา อาทิ 50 สตางค์, 25 สตางค์ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากขึ้น ปัจจุบันมีรถยนต์เดินทางในกรุงเทพฯ ประมาณ 10 ล้านคันต่อวัน