เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม  ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม  ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้มีระบบการดูแลคนไทยที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพในต่างประเทศ

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี ว่า มาตรการที่รัฐบาลดูแลคนไทยในต่างแดนทุกรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยไปอยู่ในประเทศต่างๆ มากมายทั่วทุกมุมโลก กระทรวงการต่างประเทศ ที่ผ่านมามีนโยบายดูแลคนไทยในต่างแดน ผ่านเอกอัครราชทูต หรือกงสุลใหญ่ ดูแล ผ่านช่องทางการสื่อสาร เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และช่องทางอื่นๆ ให้ติดต่อสื่อสารกัน ต้องยอมรับว่า มีคนไทยไปต่างประเทศทั้งถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย เช่น กรณีเล้าก์ไก่ คนไทยเราถูกหลอกลวงไปไม่ถูกกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริง จะมีการสอบสวน เมื่อคนไทยกลับมาสู่ประเทศไทย วันนี้คนไทยมักจะหลงเชื่อในสิ่งไม่เป็นจริง เฟคนิวส์ต่างๆ  ซึ่งคนไทยรู้ หรือไม่รู้ แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน มีการจัดทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ ว่าผู้ที่จะเดินทางไปขอให้สอบถามหน่วยงาน กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงแรงงาน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า  ยอมรับความจริงว่า มีคนไทยไปทำงานในต่างประเทศเป็นแสนๆ คน โดยในส่วนของกระทรวงแรงงาน เรามีสำนักงานในต่างประเทศ จำนวน 11 ประเทศ 12 สำนักงาน โดยส่วนอื่นๆ จะให้สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุล แต่เรามีเหมือนผีน้อย ในเกาหลีใต้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน ซึ่งกระทรวงแรงงานต้องการทำให้เข้ามาสู่การลงทะเบียนแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศให้ถูกต้องทั้งหมด แต่ละประเทศมีเงื่อนไขว่าจะให้แรงงานไทยไปทำงานในประเทศเขาได้กี่คน ซึ่งตนจะไปเจรจาขอเพิ่ม เช่น ผีน้อยในเกาหลีใต้ ส่วนหนึ่งเพราะนายจ้างไม่สามารถขอทำใบอนุญาตทำงานในประเทศของเขาได้ เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน ที่จะไปเจรจาเพิ่มโควตาของแรงงานไทยในแต่ละประเทศ ซึ่งตนจะดำเนินการเจรจาต่อไป 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนจุดอ่อนของแรงงานไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ คือการใช้ภาษาต่างประเทศในประเทศที่จะไปทำงานเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยปีหน้า พ.ศ. 2567 ได้ตั้งเป้าหมายให้ส่งแรงงานไปทำงาน 1 แสนอัตรา กระทรวงแรงงาน จัดอบรมด้านภาษาเบื้องต้น ให้ไปใช้ชีวิต ผมจะปิดจุดอ่อนให้มากที่สุด  ซึ่งตนจะพยายามทำให้แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศแบบไม่ถูกต้อง นำกลับมาทำให้ถูกกฎหมายให้ได้มากที่สุด เหมือนแรงงานต่างประเทศ ที่มาทำงานในประเทศไทย เมื่อเข้ามาแล้วเราต้องหาวิธีสำรวจ และบันทึกประวัติเอาไว้ว่ามีเพื่อนบ้านเรามาทำงานในประเทศไทยเท่าไหร่เช่นกัน ซึ่งข้อแนะนำในตรงนี้จะนำไปทำเป็นการบ้าน และมีความคืบหน้าอย่างไร จะทำเป็นจดหมายชี้แจงในทุกไตรมาสต่อไป.