เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.66 ที่โรงแรมสยามแอทสยาม ศูนย์ทดสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ Elite Exam Center ร่วมกับศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ หรือ HCEC สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดพิธีเปิดระบบการสอบวัดผลภาษาอังกฤษ Language Cert และแถลงข่าวจัดตั้ง Elite Exam Center เพื่อยกระดับคุณภาพและสมรรถนะด้านภาษาอังกฤษของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนไทย โดยมีผู้แทนจาก LanguageCert, สพฐ., ผู้แทนจากมูลนิธิ บุคลากรในแวดวงการศึกษาและสถาบันต่างๆ ตลอดจน Mr.Satya Mishara ผู้จัดการใหญ่ LanguageCert ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมี ดร.กมล รอดคล้าย ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีฯ

โดย ดร.กมล กล่าวถึง LanguageCert เป็นระบบทดสอบและวัดระดับความรู้และทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ที่สอบครอบคลุมทั้งการอ่าน การเขียน การฟัง และการพูด ซึ่งออกแบบจากกลุ่มประเทศยุโรป ตามเกณฑ์มาตรฐาน CEFR ซึ่งมีประสิทธิผลและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่นเดียวกับการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษที่คุ้นเคยกันดีอย่าง TOEFT และ IELTS ซึ่ง LanguageCert เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการจะสอบเข้าศึกษาต่อต่างประเทศ หรือผู้ที่จะทำงานในและต่างประเทศ ตลอดจนผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศต่างๆ สามารถเข้าถึงการสอบวัดผลได้ง่าย สะดวกและประหยัด

“LanguageCert ได้การรับรองระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทั้งจากมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา บริษัทและองค์กรชั้นนำทั่วโลก อาทิ University of Oxford, University of Cambridge, Imperial College london, The University of Manchester, Birmingham City University, University of Nottingham และ University of Exeter ขณะที่ในระดับประเทศไทย ก็ได้การรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ” ดร.กมล กล่าว

ด้าน นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ Elite Exam กล่าวว่า LanguageCert เป็นระบบแพลตฟอร์มการสอบวัดระดับที่มีการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีศูนย์สอบมากกว่า 10,000 แห่ง ใน 200 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้สอบสามารถเลือกรับผลประกาศเป็นใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์และตราประทับดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 ถึง 10 วัน หรือผู้สอบจะเลือกรับใบรับรองแบบฉบับพิมพ์หลังจากประกาศผล โดยใบประกาศนียบัตรนี้ได้รับการยอมรับจากองค์กรนานาชาติในกว่า 80 ประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของ Ofqual

นายนรเสฎฐ์ กล่าวว่า จุดเด่นของ ระบบ LanguageCert จะมีความยืดหยุ่นสูง สำหรับผู้สมัครสอบในการเลือกรูปแบบของการสอบว่าจะนำผลไปใช้ในระดับใด ทำให้ง่ายกว่าระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่สามารถนำไปเทียบผลระหว่างกันได้ นอกจากนี้ตัวข้อสอบที่ครอบคลุมตั้งแต่เด็กเล็ก นักเรียนระดับมัธยม ระดับมหาวิทยาลัย หรือประชาชนทั่วไป ที่สำคัญสามารถสอบผ่านศูนย์พัฒนาศักยภาพฯ HCEC ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กระจายทั่วประเทศ 14 แห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยจะเริ่มสอบครั้งแรกในเดือน ก.พ. 2567

“ผมเชื่อว่า การศึกษาที่ดี จะนำไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำความเชี่ยวชาญของ LanguageCert มาสู่ประเทศไทย จากความร่วมมือกับ สพฐ. โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสนับสนุนวิสัยทัศน์ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดให้มีการประเมินภาษาอังกฤษคุณภาพสูง สอดคล้องกับมาตรฐานสากลสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเพิ่มขีดความสามารถของนักเรียนด้วยภาษาศาสตร์และทักษะที่จำเป็นสำหรับความเป็นเลิศทางวิชาการและโอกาสในการทำงานในอนาคต” นายนรเสฏฐ์ กล่าว