เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.พัชราวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน ครั้งที่ 2/2566 โดยคณะกรรมการฯ ได้เร่งรัดหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 และเนื่องจากช่วงนี้ สถานการณ์ฝุ่นได้สูงขึ้นในหลายพื้นที่ จึงได้กำชับให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจังหวัดในภาคเหนือ กทม.และปริมณฑล ต้องควบคุมต้นตอที่ทำให้เกิดฝุ่นอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ ต้องควบคุมไม่ให้มีการเผาในช่วง 2-3 เดือนนี้ ให้เคร่งครัดจับปรับรถยนต์ควันดำ
นอกจากนั้น ยังเห็นชอบในหลักการการขอรับการจัดสรรงบกลางในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง จำนวน 10 โครงการ และการจัดตั้งงบประมาณ “แผนงานยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นเครื่องมือและกลไกในการบูรณาการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ต้องลดลง และจำนวนจุดความร้อนต้องลดลง ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามอบหมายให้สำนักงบประมาณเพิ่มเติม “แผนงานยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ต่อไป
นายจตุพร กล่าวต่อว่า การประชุมดังกล่าว ยังได้เห็นชอบการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กทม. โดยมีผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่จัดตั้งไว้แล้วใน 17 จังหวัดภาคเหนือ และ 5 จังหวัดในปริมณฑล เพราะพื้นที่ กทม. เป็นพื้นที่สำคัญของประเทศที่ประสบวิกฤติฝุ่น PM2.5 และเปลี่ยนการกำหนดให้ทุกหน่วยรายงานความก้าวหน้ามายังกระทรวงทรัพยากรฯ ทุก 15 วัน เปลี่ยนเป็นทุก 7 วัน เพราะสถานการณ์ฝุ่นเริ่มสูงขึ้น พร้อมมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เชื่อมโยงศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PHEOC) กับศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดฯ เพื่อให้มีการบูรณาการและสื่อสารข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในการแก้ไขปัญหาฝุ่นและด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน.



