เมื่อวันที่ 14 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-20 ส.ค. และเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งใช้การเยือนครั้งนี้ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย ทั้งการขยายตลาดสินค้าไทย ดึงการลงทุนและเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง และการเดินทางระหว่างประชาชน 

สำหรับออสเตรเลีย นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 14 ปี ก่อนครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ออสเตรเลียในปี 2570 โดยนายกรัฐมนตรีจะหารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ครอบคลุมการค้า การลงทุน ความมั่นคง พลังงานสะอาด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ค.ศ. 2026-2029

ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้การเยือนครั้งนี้นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจจริง นายกรัฐมนตรีจึงนำภาคเอกชนไทยร่วมเดินทางและจะพบปะภาคธุรกิจไทย-ออสเตรเลีย ในกิจกรรม Business Networking ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดร่วมกับ Austrade เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยสร้างเครือข่าย หาคู่ค้า และต่อยอดการลงทุน พร้อมผลักดันให้ออสเตรเลียเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและพลังงานสะอาด 

อีกประโยชน์ที่สำคัญคือ การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาต่อยอดเศรษฐกิจไทย โดยไทยจะขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ CSIRO ของออสเตรเลีย เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัปและนักนวัตกรรมไทยเรียนรู้จากระบบนิเวศนวัตกรรมของออสเตรเลีย และเชื่อมโยงสู่ตลาดต่างประเทศ 

ส่วนนิวซีแลนด์ เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 13 ปี และตรงกับวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และลงนามปฏิญญาร่วมยกระดับความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขยายความร่วมมือระหว่างกันในระยะยาว 

ในมิติเศรษฐกิจ ไทยจะผลักดันให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดนิวซีแลนด์มากขึ้น ทั้งสินค้าเกษตร อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจค้าปลีก ขณะเดียวกันจะดึงดูดการลงทุนจากนิวซีแลนด์เข้าสู่ประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดหารือโดยตรงกับบริษัทที่สนใจลงทุนในไทย อาทิ Skyline Enterprises ในธุรกิจท่องเที่ยว และ Fisher & Paykel ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนไทยที่ร่วมคณะ สร้างเครือข่ายและจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการนิวซีแลนด์ เพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลให้กลายเป็นคำสั่งซื้อ การลงทุน และโอกาสทางธุรกิจของภาคเอกชน  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังมุ่งให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเดินทางและการท่องเที่ยวที่สะดวกขึ้น โดยจะผลักดันการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะช่วยลดเวลาและความยากในการเดินทาง สนับสนุนการท่องเที่ยว การศึกษา การติดต่อธุรกิจ และการเดินทางระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ