เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว หรือทำบุญด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล และใช้บริการขนส่งสาธารณะเป็นจำนวนมาก จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่ออำนวยความสะดวก และกำกับดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งในระบบขนส่งสาธารณะและโครงข่ายถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.66 – 4 ม.ค.67 โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดบูรณาการขับเคลื่อนแผนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชน “เดินทางทั่วไทย คมนาคม สะดวก ปลอดภัยใส่ใจให้บริการประชาชน” 

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ขอให้วางแผนการเดินทางโดยสามารถจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจากเทศกาลปีใหม่ปี 66 การเดินทางในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นรถไฟฟ้าและรถโดยสารสาธารณะ และการเดินทางระหว่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นเครื่องบิน รถไฟ และรถโดยสารสาธารณะ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางที่สถานีรถโดยสารท่าเรือ และท่าอากาศยาน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างเพียงพอ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวก และปลอดภัยมากที่สุด 

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีโครงการก่อสร้างในเส้นทางต่างๆ ต้องคืนพื้นผิวจราจรและจัดการบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างให้มีความปลอดภัย รวมทั้งห้ามรถบรรทุก10 ล้อ วิ่งในเส้นทางหลัก ตลอดจนขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้า หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อบรรเทาการจราจร และลดความเสี่ยงในเกิดอุบัติเหตุด้วย พร้อมกำชับให้หน่วยงานสังกัด ตรวจสอบ ปรับปรุง และจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาวินัยจราจร และระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง 

โดยเน้นการลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ “ไม่ขับเร็ว – คาดเข็มขัดนิรภัย – สวมหมวกนิรภัย – ดื่มไม่ขับ – ง่วงไม่ขับ – ไม่ขับรถย้อนศร” รวมถึงการสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่สัญจรทางน้ำ และเพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านจุดเสี่ยง เช่น บริเวณจุดตัดรถไฟ กำกับดูแลและบริหารจัดการให้เกิดความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ตรวจความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัยของพนักงานขับขี่ ยานพาหนะ และสถานีขนส่ง โดยนำเทคโนโลยี เช่น กล้อง CCTV ระบบ GPS มาช่วยกำกับดูแลความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในระดับท้องถิ่น เช่น การรณรงค์ให้ชุมชนในพื้นที่ดูแลซึ่งกันและกัน การเฝ้าระวังจุดตัดถนนกับรถไฟ การดูแลจุดเสี่ยงและการตั้งจุดตรวจบริเวณชุมชน.