เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า รฟท. ได้เริ่มดำเนินการตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถไฟทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 951 คนแล้ว ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม และคำสั่งของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดยในวันนี้ (19 พ.ค. 2569) รฟท. ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าตรวจแอลกอฮอล์ และสารเสพติด ซึ่งถือเป็นวันแรกที่ได้เริ่มจากการตรวจพนักงานขับรถไฟที่อยู่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 120 คน โดยต้องรายงานผลการตรวจสอบไปยัง ขร. ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากการตรวจแล้วเสร็จ

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า หากพบผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง หรือมีสารเสพติดในร่างกาย จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลโดยแพทย์ของ รฟท. เนื่องจากการตรวจเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุชนิดของสารได้ชัดเจน โดยหากพบความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น แอลกอฮอล์ หรือสารเสพติด แม้เพียงระดับเบื้องต้น พนักงานจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นปฏิบัติหน้าที่เดินรถทันที และจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ชุดใหม่เข้าทำหน้าที่แทน ส่วนพื้นที่อื่นทั่วประเทศ แม้ยังไม่สามารถตรวจได้ครบทุกแห่ง แต่ได้ให้พนักงานลงนามรับรองตนเองว่าไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดก่อนเข้าปฏิบัติงาน พร้อมยืนยันว่าจะขยายมาตรการตรวจเข้มไปทั่วประเทศต่อเนื่อง

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า รฟท. ยอมรับว่าปัจจุบันยังขาดแคลนพนักงานขับรถไฟประมาณ 300 อัตรา จากกรอบอัตรากำลังทั้งหมด 1,248 อัตรา ส่งผลให้พนักงานบางส่วนต้องทำงานต่อเนื่องหลายวัน จึงอยู่ระหว่างเสนอขอเพิ่มอัตรากำลังรวม 2,850 อัตราต่อกระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. 2569 จากนั้นจะสรุปรายงานให้กระทรวงคมนาคมในวันที่ 20 พ.ค. นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือจากรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ 30 ราย และผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ จะมีการช่วยเหลือเยียวยาหรือไม่อย่างไร นายอนันต์ กล่าวว่า ได้ประสานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการจัดเก็บข้อมูลกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ ซึ่ง ขสมก. จะประสานทางด้านประกันภัยต่อไป
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาจุดตัดรถไฟในพื้นที่ กทม. กว่า 27 จุดในระยะยาว รฟท. จะเร่งผลักดันโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้มช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง (Missing Link) ว่า เส้นทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วตั้งแต่เมื่อปี 2569 โดย รฟท. อยู่ระหว่างขอรับการจัดงบประมาณปี 2570 เพื่อดำเนินการศึกษาทบทวนผลการศึกษาโครงการฯ เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2570 จากนั้นจะเสนอขออนุมัติโครงการทบทวนมติ ครม. เดิม และปรับกรอบวงเงินในปี 2571 เปิดประมูลหาผู้รับจ้าง และเริ่มก่อสร้างในปี 2572 แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2577 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จและเปิดบริการ คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร และปัญหาจุดตัดรถไฟลงได้

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จะหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานด้านจราจร เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด รวมทั้งการปรับระบบสัญญาณไฟ และการบริหารจัดการจราจรบริเวณจุดตัดทั้ง 27 แห่ง ให้สอดคล้องกับจังหวะการเดินรถไฟมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคต ส่วนเรื่องที่ให้ รฟท. ไปศึกษาการปรับลด หรือยุติการเดินรถเข้าพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ยอมรับว่าประชาชนมีความต้องการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองโดยตรง และกังวลเรื่องความไม่สะดวกหากต้องเปลี่ยนระบบขนส่งหลายต่อ โดย รฟท. จะเร่งจัดทำแผนอย่างละเอียดก่อนเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน 3 เดือน.



