นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันข้าวไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การแข่งขันด้านราคา และแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต
ทั้งน้ได้มอบหมายให้กรมการข้าวบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้ 1. ขยายผลข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่ คัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง โดยใช้ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ และเกษตรกรต้นแบบ เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงตลาด 2. ยกระดับเมล็ดพันธุ์ งานวิจัย และเทคโนโลยีลดต้นทุน เร่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ พร้อมพัฒนางานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการเผาฟาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มมูลค่าผลผลิต
3. พัฒนามาตรฐานและระบบข้อมูลข้าวคาร์บอนต่ำ พัฒนามาตรฐานที่เกษตรกรเข้าร่วมได้ตามความพร้อม พร้อมจัดทำระบบติดตาม ตรวจวัด และตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลแปลง เพื่อลดภาระและต้นทุนการรับรองของเกษตรกร และ 4. เชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และตลาด บูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เชื่อมโยงข้าวคุณภาพและข้าวคาร์บอนต่ำสู่ตลาด พัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่า โดยกำหนดเป้าหมายและระบบติดตามผลที่ชัดเจน
“ข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่ภาระใหม่ แต่เป็นแนวทางในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางตลาด พร้อมตั้งเป้าให้ประเทศไทย “ไม่เป็นเพียงผู้ตามมาตรฐานโลก แต่ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำ โดยมีเกษตรกรไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา”



