โบกมือลา “ส่งท้ายปีเก่า” เพื่อ “ต้อนรับปีใหม่ 67” ถือเป็นช่วง “ส่งความสุข มอบของขวัญ” ให้กับคนที่รัก

แน่นอนว่าในยุคดิจิทัล สิ่งของที่นิยมมอบให้แก่กันคงไม่พ้น อุปกรณ์ไอที-เกดเจ็ตต่างๆ ก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือก ที่นิยมซื้อมอบให้กัน เพราะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ในยุคนี้ได้

ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ก็มีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นสามารถซื้อหากันได้ตามงบประมาณในกระเป๋า ซึ่งสินค้าที่ควรค่ามอบเป็นของขวัญให้แก่กันช่วงปีใหม่มีอะไรบ้าง วันนี้มีมาแนะนำกัน เริ่มกันที่

 สมาร์ตโฟน

ในยุคนี้ “สมาร์ตโฟน”หรือ “มือถือ” กลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งสมาร์ตโฟนได้ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น นอกจากใช้ติดต่อสื่อสารแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อทำงาน ทำธุรกรรมการเงิน และดูหนังฟังเพลง เพื่อความบันเทิงได้

ซึ่งการเลือกซื้อสมาร์ตโฟน ควรจะพิจารณาปัจจัยหลักๆ คือ งบประมาณในกระเป๋า สไตล์การใช้งาน และความชอบระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) หรือ ไอโอเอส (iOS)

โดยเรื่องงบประมาณสำคัญสุดเพราะจะบอกได้ว่าเราจะได้สมาร์ตโฟนระดับไหน สเปกยังไง นอกจากนี้ก็ควรดูสไตล์ การใช้งาน เช่น หากเลือกซื้อเป็นของขวัญให้ผู้สูงอายุ ซึ่งรูปแบบการใช้งานเพียงแค่โทรฯออก รับสาย เล่นไลน์ ซึ่งเป็นการใช้งานพื้นฐานนั้น เพียงสมาร์ตโฟนในระดับกลางถึงล่าง ราคาหลักพันบาท ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

 แต่หากเป็นการใช้งานเพื่อใช้ในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ก็ต้องใช้สเปกที่สูงขึ้น มี  CPU หรือชิปเซตที่แรงมากขึ้น และหาก RAM/ROM ยิ่งเยอะ ทำให้ยิ่งเร็ว ไม่มีกระตุก และความจุของแบตเตอรี่ก็สำคัญ เพราะหากใช้เล่นเกม ดูหนัง ควรจะเลือกรุ่นที่แบตเตอรี่ความจุ และสุดท้ายควรจะเลือกสมาร์ตโฟนที่รองรับ 5G เพราะปัจจุบันผู้ให้บริการขยายโครงข่ายได้ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั่วประเทศแล้ว ซื้อใหม่ทั้งทีเอาที่รองรับ 5 จีไปเลย!!

แท็บเล็ต

อุปกรณ์ที่หลายๆ คน อยากมีไว้ใช้งาน เพราะขนาดเล็กกว่าคอมเพิวเตอร์ แต่หน้าจอใหญ่กว่าสมาร์ตโฟน ซึ่งสามารถใช้งานเพื่อเรียน และความบันเทิง ดูหนังฟังเพลง จึงถูกใจหลายๆ คน หามาใช้ติดตัว หรือติดกระเป๋าไว้ ซึ่งหากจะซื้อแท็บเล็ตเป็นของขวัญปีใหม่นั้น ต้องเลือกระบบปฏิบัติการ ว่าจะเป็น  iOS คือ ไอแพด ของแอปเปิล หรือจะเป็นระบบปฏิบัติการ  Android ซึ่งก็มีหลากหลายยี่ห้อในตลาด หรือจะเป็นระบบปฏิบัติการ Windows ของไมโครซอฟท์ก็มีเช่นกัน!!

หากคนที่เราจะซื้อเป็นขวัญให้ ใช้อุปกรณ์ของแอปเปิลอยู่ ก็ควรจะเป็นไอแพด เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน และอุปกรณ์ของแอปเปิลได้  ส่วนถ้าเป็น Windows ก็จะสามารถใช้งานเอกสารร่วมกับโปรแกรมตระกูล Microsoft และ Adobe โดยไม่ต้องแปลงไฟล์

จากนั้นก็พิจารณาเรื่องความจุ จะต้องใช้งานเพื่อเก็บไฟล์ คลิปต่างๆ จำนวนมากหรือไม่ และก็แน่นอนว่าการใช้งานต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ต้องการแค่แท็บเล็ตแบบเชื่อมต่อ Wi-Fi อย่างเดียว หรือแบบ Wi-Fi+Cellular สามารถใส่ซิมการ์ดได้ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ทุกเวลาที่ต้องการใช้งาน ไม่ต้องคอยหาจุดเชื่อมต่อไว-ไฟ  ซึ่งหากเป็นแท็บเล็ตที่ใส่ซิมการ์ดได้ ราคาก็จะสูงกว่าแบบเชื่อมต่อไว-ไฟ อย่างเดียว ส่วนขนาดหน้าจอก็มีให้เลือกหลายขนาด อยู่ที่ความต้องการใช้งานของแต่ละคน หากหน้าจอเล็ก น้ำหนักก็เบาลง ถือไปมาพกพาได้สะดวกมากขึ้น

โน้ตบุ๊ก

ถือเป็นอุปกรณ์ที่ติดเป้ ติดกระเป๋าของทั้งวัยทำงานและวัยเรียน หากต้องการซื้อคอมพิวเตอร์เป็นของขวัญช่วงปีใหม่นี้  สิ่งที่ต้องดูอันดับแรก คือ งบประมาณ เพราะเป็นปัจจัยบอกว่าจะสามารถซื้อโน้ตบุ๊กได้สเปกแบบไหน และลักษณะการใช้งาน คือ อยากได้ขนาดที่บางเบา  ขนาดหน้าจอเท่าไร? หรือใช้เพื่อเล่นเกม ก็ต้องมีสเปกแรงๆ ต้องมีซีพียู  แรม และการ์ดจอที่สเปกสูง แต่ก็แน่นอนว่าราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เช่นเดียวกันหากอยากได้มาใช้เพื่อทำงานกราฟิก ตัดต่อ ก็ต้องมีสเปกสูงเช่นกัน ก็สามารถเลือกได้ตามกำลังทรัพย์ และลักษณะการใช้งานได้เลย ซึ่งก็มีหลายแบรนด์ หลายสเปกที่วางขายในขณะนี้!

สมาร์ตวอตช์

ยุคนี้ทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ ตื่นตัวในการออกกำลังกายกัน ซึ่งอุปกรณ์ที่ติดคู่กายสำหรับการออกกำลังกาย และเล่นกีฬาก็หนีไม่พ้น  “สมาร์ตวอตช์” ที่สามารถใช้ดูเวลาได้แล้ว ยังสามารถใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน รับสายเรียกเข้า การแจ้งเตือนข้อความต่างๆ และที่สำคัญ คือ  ใช้เพื่อจับอัตราการเต้นของหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด และการวัดแคลอรี เผาผลาญพลังงานระหว่างวัน การเดินและออกกำลังกาย

สำหรับ “สมาร์ตวอตช์” ที่วางขายในปัจจุบันก็มีมายมายหลายแบรนด์ ทั้งแบรนด์ของมือถือ และแบรนด์ที่ผลิตสมาร์ตวอตช์โดยตรง ส่วนราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งแน่นอนว่า ยิ่งราคาแพง ก็ยิ่งมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วนและวัสดุในการผลิต หน้าจอที่มีคุณภาพ

การเลือกซื้อ “สมาร์ตวอตช์” อันดับแรกต้องดูเรื่องระบบปฏิบัติการ เพราะ “สมาร์ตวอตช์”  นั้นจะต้องเชื่อมต่อและทำงานกับสมาร์ตโฟน จากนั้นก็ขนาด ดีไซน์ และหน้าจอ เมื่อสวมใส่เหมาะหรือเข้ากับข้อมือคนที่จะใส่หรือไม่ รวมดูเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน เช่น การออกกำลังกาย มีกีฬาอะไรบ้าง เช่น ว่ายน้ำ จักรยาน  เป็นต้น ครอบคลุมกีฬาที่เราเล่นหรือไม่  มี จีพีเอส และมาตรฐานการกันน้ำอยู่ในระดับใด? และที่สำคัญคือ ความจุของแบตเตอรี่ ใช้งานยาวนานต่อเนื่องได้กี่วัน?

ซึ่ง “สมาร์ตวอตช์”  แต่ละแบรนด์นั้นแตกต่างกันไป จึงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจซื้อเป็นของขวัญให้คนที่รัก!?!

หูฟัง

แน่อนอนว่า “หูฟัง” ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่น่าซื้อหาเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่นี้ เพราะเป็นอุปกรณ์ไอทีที่พกพาไว้ใช้งานระหว่างทำงาน เดินทาง และออกกำลังกายก็ได้หมด ซึ่งในปัจจุบัน หูฟัง ก็มีวางขาย ทั้งมีสาย ไร้สาย และหลายรูปแบบ ทั้งหูฟังคาดศีรษะ (On-Ear Headphones) หูฟังอินเอียร์ (In-Ear Earphones) หูฟังเอียร์บัดไร้สาย (Earbuds Wireless Headphones) เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน สามารถเลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

ราคาขายก็ตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่น มีทั้งแบรนด์ของมือถือ ไปจนแบรนด์เครื่องเสียงลำโพงชื่อดัง การเลือกซื้อพิจารณาตามไลฟ์สไตล์ หากใช้เพื่อดูหนัง ฟังเพลง ก็ต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพเสียง และบางรุ่นสามารถตัดเสียงรบกวนได้ และหากใช้ตอนออกกำลังกาย  ก็ต้องพิจารณารุ่นที่กันน้ำได้  เพื่อป้องกันเหงื่อที่ออกมา อาจทำให้หูฟังมีปัญหาได้ สุดท้ายที่สำคัญควรเลือกที่สวมใส่สบายๆ ดูขนาด การออกแบบ  เพราะบางครั้งต้องใช้งานยาวๆ หลายชั่วโมงอาจทำให้ปวดหูได้ ทำให้สุนทรีย์ในการใช้หูฟังลดน้อยลง !?!

ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์และแกดเจ็ตไอที ที่เหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของขวัญให้คนที่รักในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ และใครจะเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับบ้านต่างจังหวัดช่วงปีใหม่นี้ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และโชคดีปีใหม่ 2567 กันทุกคน!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

ภาพ : pixabay.com