เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วย นายภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายสราวุธ เดชมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายตฤณ ก้านดอกไม้ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ของ สพฐ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่ม ของสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี และได้ร่วมประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสามจังหวัดที่ประสบเหตุ เพื่อรับฟังรายงานผลกระทบ ความเสียหายและข้อคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1 อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
.
โดยว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีพล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ได้เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบาย ผ่านระบบการประชุมทางไกล ZOOM Meeting ซึ่งรมว.ศธ.ย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยสถานศึกษา รวมถึงนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นหากสถานศึกษาในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือ กระทรวงศึกษาธิการพร้อมสนับสนุนในทุกเรื่องที่สามารถทำได้ พร้อมกันนี้ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลย้อนหลังในพื้นที่ ซึ่งเกิดเหตุอุทกภัยมาทุกปี เพื่อนำมาเป็นบทเรียนหาแนวทางป้องกัน หากเกิดเหตุอีกจะสามารถป้องกันบรรเทาได้อย่างไร พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปภ. หรือ พม. ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกัน

“ส่วนในระยะยาวนั้น ขอให้จัดทำแผนป้องกันหรือแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้พ้นภัยที่จะเกิดขึ้นหรือช่วยให้บรรเทาเบาบางลง พร้อมทั้งให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจกันดูแลช่วยเหลือสถานศึกษา นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่”

เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า จากการที่ สพฐ. ได้เฝ้าระวังเพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบเหตุอุทกภัย ภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2566 ถึง วันที่ 5 ม.ค. 2567 พบว่า มีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 914 แห่ง ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 12 เขต มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ประสบภัย จำนวน 5,228 ราย และมีนักเรียนที่ประสบภัย จำนวน 43,275 ราย ในเบื้องต้นได้ให้เขตพื้นที่ฯ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับความช่วยเหลือ พร้อมทั้งสำรวจนักเรียนและบุคลากรที่ประสบภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือ และสำรวจความเสียหายของพัสดุครุภัณฑ์ สิ่งของต่างๆ ภายในโรงเรียน เพื่อดำเนินการของบประมาณซ่อมแซมหรือปรับปรุงต่อไป
.
“ขอให้มั่นใจว่าสพฐ. พร้อมดูแลช่วยเหลือโรงเรียน นักเรียนและครู ที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อไม่ให้กระทบกับการจัดการเรียนการสอนหรือให้กลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว เพื่อการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องของเด็กทุกคนในพื้นที่” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว