สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ว่า ตามข้อมูลของคลังสมองด้านพลังงาน “อโกรา เอเนอร์กีเวนเดอ” (Agora Energiewende) เยอรมนีปล่อยก๊าซเรือนกระจก 673 ล้านตันในปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าระดับในปี 2565 และปี 2533 ถึง 9.8% และ 46% ตามลำดับ อีกทั้งยังเข้าใกล้เป้าหมาย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2573 ของสหภาพยุโรป (อียู) 55% เมื่อเทียบกับปีอ้างอิงเดียวกัน

อันที่จริง อโกรา ระบุในแถลงการณ์ว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเยอรมนี อยู่ในระดับต่ำสุด นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 แต่หน่วยงานเตือนว่า รัฐบาลเบอร์ลิน มีงานที่ต้องทำเพื่อลดมลภาวะต่อไป

ทั้งนี้ การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่ลดลงอย่างมาก แม้เยอรมนีหันมาใช้เชื้อเพลิงประเภทนี้หลังรัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และรัฐบาลมอสโกยุติการส่งก๊าซธรรมชาติ ทว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัฐบาลเบอร์ลิน ก็สามาถลดการใช้ถ่านหินได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านคลังสมองประเมินว่า การลดการใช้ถ่านหิน ส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 46 ล้านตัน ขณะที่ นายซิโมน มึลเลอร์ หัวหน้าของอโกรา กล่าวเพิ่มเติมว่า บันทึกพลังงานหมุนเวียน ทำให้เยอรมนีเข้าใกล้เป้าหมายการผลิตไฟฟ้า 80% จากพลังงานลม กับพลังงานแสงอาทิตย์ ภายในปี 2573

อย่างไรก็ตาม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง ยังสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของอุตสาหกรรมเยอรมนี เนื่องจากการผลิตในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงหลายแห่ง ลดลงอย่างรวดเร็ว และมันไม่มีการพัฒนาที่ยั่งยืน

“สำหรับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศ เยอรมนีจำเป็นต้อง “ลงทุนอย่างมาก” ในการปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย และลดคาร์บอนฟุตพรินต์ จากการทำความร้อน” มึลเลอร์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP